สนใจทำการตลาดผ่านสื่อและบริการของเราติดต่อ 063-932-1441 , 02 4243434, 02 434 3434
SKDS - การอักเสบของกระดูกอ่อนใบหูเป็นอาการที่พบได้บ่อยในโรคของหูชั้นนอก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้
สาเหตุของการอักเสบของกระดูกอ่อนหู
การอักเสบของกระดูกอ่อนใบหูเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ รวมถึง:
• บาดเจ็บ;
• แมลงกัดต่อย;
• การเจาะหูผ่านกระดูกอ่อน;
• ภาวะอักเสบในระบบต่างๆ (เช่น โรคหลอดเลือดอักเสบ เช่น โรคแกรนูโลมาที่มีภาวะข้ออักเสบแกรนูโลมาของเวเกเนอร์ โรคกระดูกอ่อนอักเสบเรื้อรัง) หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เช่น โรคเบาหวาน)...
• การผ่าตัดและระบายหนองจากฝีในกระดูกอ่อนใบหูอย่างไม่ถูกต้อง;
• เนื่องจากกระดูกอ่อนได้รับเลือดจากเยื่อหุ้มกระดูกอ่อน การที่เยื่อหุ้มกระดูกอ่อนแยกตัวออกจากกระดูกอ่อนทั้ง 2 ด้านอาจนำไปสู่ภาวะเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนตายและติ่งหูผิดรูป (เรียกว่าหูรูปดอกกะหล่ำ) ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะเนื้อเยื่อตายจากการติดเชื้อ ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ
• ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดคือการบาดเจ็บ (เช่น การเกาหูทำให้เกิดรอยถลอก ฟกช้ำ แผลไหม้ที่หู การฝังเข็ม บาดแผล ภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะหู เป็นต้น)
อาการของโรคกระดูกอ่อนอักเสบที่ใบหู

การอักเสบของกระดูกอ่อนใบหูเป็นอาการที่พบได้บ่อยในความผิดปกติของหูชั้นนอก
อาการเริ่มต้นของโรคกระดูกอ่อนอักเสบที่ใบหู มักจะเป็นอาการคันและเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ได้รับผลกระทบของใบหู ตามมาด้วยอาการแสบร้อน บวม และแดงที่ติ่งหู
– อาการปวดหู: อาการปวดจะเพิ่มขึ้นเมื่อสัมผัสหรือดึงติ่งหู อาการปวดจะลามไปยังขมับและลงมาที่คอ และอาการปวดที่ติ่งหูจะค่อยๆ แย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินและอาการหูอื้อได้
– เมื่อการอักเสบนำไปสู่การเกิดหนองหรือการอักเสบของกระดูกอ่อนที่ทำให้เนื้อเยื่อตาย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง บวม และรู้สึกตึงที่ติ่งหู รวมถึงรอยพับของติ่งหูจะหายไป
– อาการอื่นๆ: มีไข้ อ่อนเพลีย เป็นต้น
การอักเสบของกระดูกอ่อนในหูไม่ใช่ภาวะที่คุกคามถึงชีวิต แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน อาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ได้:
- การอักเสบที่นำไปสู่เนื้อเยื่อตายของหู;
– มันสามารถทำให้ใบหูผิดรูป ส่งผลต่อความสวยงาม ภาวะใบหูบานเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง การฟื้นฟูรูปทรงของใบหูให้กลับมาเป็นปกตินั้นทำได้ยากมาก
– ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหูชั้นกลาง การสูญเสียการได้ยิน หรือความบกพร่องทางการได้ยิน
– การติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ: พบได้ไม่บ่อย แต่รักษาได้ยากและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
การรักษาอาการอักเสบของกระดูกอ่อนหูอย่างได้ผล
ในระยะเริ่มต้น เมื่อติ่งหูบวมและเจ็บ แต่ยังไม่มีของเหลวไหลออกมา วิธีการรักษาหลักคือ ยาปฏิชีวนะ ยาต้านการอักเสบ และยาแก้ปวด รักษาบริเวณติ่งหูให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือจับต้องมากเกินไป
ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกอ่อนใบหูอักเสบทั่วไปจะได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและยาต้านการอักเสบเพื่อต่อต้านการอักเสบ วัตถุแปลกปลอมใดๆ (เช่น แหวน ต่างหู) ต้องถูกนำออก หากสาเหตุไม่แน่ชัดว่าเป็นการติดเชื้อ ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคอักเสบในระบบต่างๆ
ฝีในกระดูกอ่อนใบหูจะถูกผ่าและระบายออก จากนั้นจะใส่ท่อระบายทิ้งไว้ 24 ถึง 72 ชั่วโมง ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดจะถูกเลือกใช้ตามผลการเพาะเชื้อแบคทีเรียและการทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าเยื่อหุ้มกระดูกอ่อนถูกปิดทับด้วยกระดูกอ่อนใบหูอีกครั้ง เพื่อรักษาการไหลเวียนของเลือดไปยังกระดูกอ่อนและป้องกันเนื้อตาย
การเย็บปิดแผลให้สนิททำได้โดยการเย็บเสริมด้วยไหมเย็บ 1 หรือ 2 เส้นตลอดความหนาของติ่งหู โดยควรเย็บผ่านผ้าก๊อซที่ม้วนไว้ทั้ง 2 ด้านของติ่งหู
คำแนะนำของแพทย์
โรคกระดูกอ่อนอักเสบที่ใบหูเป็นภาวะที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในกลุ่มการติดเชื้อที่หูชั้นนอก การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ มักให้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่แพง อย่างไรก็ตาม การละเลยการรักษาตั้งแต่ระยะแรกอาจนำไปสู่การตายของกระดูกอ่อนและการผิดรูปของใบหู ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความสวยงาม และทำให้การฟื้นฟูทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
จากการสังเกตพบว่า การเจาะหูในกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุ 16-30 ปี จำนวนมากส่งผลให้เกิดการอักเสบของกระดูกอ่อนหู ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเจาะหูเพื่อความสวยงามหรือเพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวตน ควรไปใช้บริการที่ร้านที่มีชื่อเสียง เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดี หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการอักเสบของกระดูกอ่อนหู การติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
นอกจากนี้ หากพบสัญญาณที่น่าสงสัยว่ามีการอักเสบของกระดูกอ่อนหู (เช่น ติ่งหูแดง บวม ปวด หรือมีหนองเล็กน้อยรอบๆ บริเวณที่เจาะหู) คุณควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก เพื่อตรวจและรักษาอย่างทันท่วงทีโดยทันที