Virtual Nursing หัวใจของการรักษาพยาบาลในอนาคต

18 พ.ค. 2569 13:37:31จำนวนผู้เข้าชม : 23 ครั้ง

ผลสำรวจล่าสุดเผย ผู้บริหารโรงพยาบาลส่วนใหญ่เชื่อ “Virtual Nursing” จะกลายเป็นหัวใจระบบรักษา แม้ปัจจุบันยังใช้จริงไม่มากนัก


AvaSure ร่วมกับองค์กรผู้นำการพยาบาลสหรัฐฯ สำรวจเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ พบว่า “พยาบาลเสมือน” (Virtual Nursing) กำลังได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบดูแลผู้ป่วยในระยะเฉียบพลัน โดย 74% ของผู้บริหารโรงพยาบาลเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของรูปแบบการรักษาในอนาคตเพิ่มขึ้นจาก 66% ในปีที่ผ่านมา แต่การนำไปใช้จริงยังอยู่ในระดับจำกัด โดยมีเพียง 10% ของผู้บริหารโรงพยาบาล และ 14% ของฝ่ายไอทีที่บูรณาการระบบดังกล่าวเข้าสู่การดูแลมาตรฐานแล้ว จากการสำรวจบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,000 คน


แม้ Virtual Nursing ยังไม่แพร่หลาย แต่เริ่มแสดงศักยภาพด้านประสิทธิภาพการดูแล ลดภาระงาน และเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย หนึ่งในรูปแบบที่เห็นผลชัดคือ “Virtual Sitting” หรือการเฝ้าผู้ป่วยทางไกลโดยเจ้าหน้าที่ฝึกอบรม ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุ เช่น การพลัดตกเตียง พร้อมลดต้นทุน โดยโรงพยาบาล St. Luke’s Duluth สามารถประหยัดงบฯ ได้ถึง 1.5 ล้านดอลลาร์ ในปี 2023


ข้อมูลยังระบุว่า 46% ของโรงพยาบาลกำลังทดลองหรือเริ่มใช้ระบบนี้เพิ่มจาก 38% ในปีก่อน โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจาก Virtual Sitting ก่อนขยายไปสู่ระบบพยาบาลเสมือนเต็มรูปแบบ ซึ่งมีทั้งการช่วยจัดการเอกสารแทนบุคลากรหน้างาน และการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลผู้ป่วยอาการหนักจากระยะไกล


ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า Virtual Nursing มีศักยภาพพลิกโฉมระบบสาธารณสุข ทำให้เข้าถึงบริการได้มากขึ้น ลดต้นทุนบุคลากร และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของพยาบาล ขณะเดียวกันยังเป็นทางออกสำคัญต่อปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก ส่วนการใช้งานที่โดดเด่นที่สุดยังคงอยู่ในด้านความปลอดภัยผู้ป่วยและการลดภาระงานเอกสาร ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีขึ้นและการประหยัดงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต