อย่ามองข้าม! ปวดชายโครงขวา ท้องอืดเรื้อรัง อาจเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี แพทย์ย้ำ ผู้มีประวัตินิ่วในถุงน้ำดีนาน ควรตรวจหาความผิดปกติ

12 มี.ค 2569 14:42:54จำนวนผู้เข้าชม : 18 ครั้ง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์เตือนปวดชายโครงขวา–ท้องอืดเรื้อรัง อย่ามองข้าม เสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี มีประวัตินิ่วในถุงน้ำดีนาน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ห่างไกลมะเร็งถุงน้ำดี


เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder Cancer) เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น โดยจากสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทย ปัจจุบันพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 850 รายต่อปี อย่างไรก็ตามมะเร็งถุงน้ำดีเป็นโรคที่มักถูกตรวจพบในระยะลุกลาม เนื่องจากธรรมชาติของโรคที่มักไม่แสดงอาการจำเพาะเจาะจงในระยะเริ่มต้น


ผู้ป่วยบางรายอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจนหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยซึ่งพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น แน่นท้อง ปวดบริเวณชายโครงขวา โดยอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะที่ไม่รุนแรงและมักดีขึ้นได้เอง อย่างไรก็ตาม หากอาการดังกล่าวเป็นอยู่นานกว่าปกติ การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม


ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะขนาดเล็กที่อยู่ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีเพื่อช่วยในการย่อยไขมัน มะเร็งถุงน้ำดีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงผิดปกติของเซลล์ผนังถุงน้ำดีจนเกิดการเจริญเติบโตที่ควบคุมไม่ได้ ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การมีนิ่วในถุงน้ำดีร่วมกับภาวะอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน ความผิดปกติของโครงสร้างถุงน้ำดี การอักเสบซ้ำของถุงน้ำดี รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้นล้วนเป็นปัจจัยที่อาจเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค


อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีส่วนใหญ่ไม่พัฒนากลายเป็นมะเร็ง แต่กลุ่มนี้ถือเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการติดตามดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในรายที่มีอาการผิดปกติต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ


เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการรักษามะเร็งถุงน้ำดีขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยทั่วไปผู้ป่วยส่วนใหญ่มักได้รับการวินิจฉัยในระยะที่โรคค่อนข้างลุกลามแล้ว ส่งผลให้การรักษาจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น การให้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีรักษาเพื่อควบคุมการดำเนินโรคอย่างเหมาะสม


นอกจากนี้เนื่องจากตำแหน่งทางกายวิภาคของถุงน้ำดีอยู่ติดกับตับ มะเร็งถุงน้ำดีในหลายกรณีอาจลุกลามเข้าสู่เนื้อตับบริเวณใกล้เคียง ทำให้จำเป็นต้องผ่าตัดตับบางส่วนร่วมด้วย ดังนั้นการวางแผนการรักษาจึงต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในบางกรณีมะเร็งถุงน้ำดีระยะแรกอาจจะพบโดยบังเอิญจากการผ่าตัดถุงน้ำดีในภาวะอื่น ซึ่งหากสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกการรักษาด้วยการผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้


สำหรับประชาชนทั่วไป การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคจะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ไม่ควรละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย การดูแลสุขภาพโดยรวม ควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงภาวะอ้วน และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีหรือมีอาการผิดปกติเรื้อรังจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 


ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://www.thaihealth.or.th/?p=413840