สนใจทำการตลาดผ่านสื่อและบริการของเราติดต่อ 063-932-1441 , 02 4243434, 02 434 3434
งานวิจัยใหม่ในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้สูงอายุที่ป่วยภาวะสมองเสื่อมกว่า 1 ใน 4 ได้รับยาที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง ทั้งที่แนวทางการรักษาเตือนให้หลีกเลี่ยง นักวิจัยชี้เสี่ยงผลข้างเคียงรุนแรงและการสั่งยาอาจไม่เหมาะสมในหลายกรณี
ผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยภาวะสมองเสื่อมจำนวนมากในสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการได้รับยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการหกล้ม ความรู้สึกสับสน และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตามผลการศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ในวารสาร Journal of the American Medical Association (JAMA)
งานวิจัยระบุว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพ Medicare และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อม ประมาณร้อยละ 25 ได้รับยากลุ่มที่แนวทางการแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยง ได้แก่ ยาต้านโรคจิต (antipsychotics) ยากลุ่มบาร์บิทูเรต และยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีน ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท
การเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุที่มีการทำงานของสมองปกติพบว่า กลุ่มที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา โดยเฉพาะผู้ป่วยสมองเสื่อม มีอัตราการได้รับยากลุ่มดังกล่าวสูงกว่า ทั้งที่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงมากกว่า
การศึกษานี้เชื่อมโยงข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพและการเกษียณอายุระดับประเทศของสหรัฐฯ เข้ากับข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของ Medicare เพื่อติดตามรูปแบบการสั่งยาระหว่างปีค.ศ. 2013 ถึง 2021 โดยมุ่งวิเคราะห์ยาจำนวน 5 กลุ่มที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและอาจเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม
ผลการศึกษาพบว่า ยาดังกล่าวถูกสั่งให้กับผู้สูงอายุที่มีสมองปกติร้อยละ 17 และร้อยละ 22 ในกลุ่มที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาแต่ยังไม่ถึงขั้นสมองเสื่อม ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยสมองเสื่อมมีสัดส่วนสูงที่สุด
แม้ภาพรวมการสั่งยากลุ่มนี้ในผู้ใช้ Medicare ทั้งหมดจะลดลงจากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 16 ตลอดช่วงเวลาการศึกษา แต่นักวิจัยระบุว่า ในปี 2021 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการวิเคราะห์ ยังพบว่ากว่าร้อยละ 66 ของผู้ที่ได้รับยาดังกล่าว ไม่มีข้อบ่งชี้ทางคลินิกที่ชัดเจนรองรับการใช้ยา
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผลการศึกษานี้สะท้อนความจำเป็นในการทบทวนแนวทางการใช้ยาในผู้สูงอายุสมองเสื่อมอย่างจริงจัง เพื่อหลีกเลี่ยงการรักษาที่อาจก่ออันตรายมากกว่าประโยชน์ และส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยในระยะยาว