สนใจทำการตลาดผ่านสื่อและบริการของเราติดต่อ 063-932-1441 , 02 4243434, 02 434 3434
(แฟ้มภาพซินหัว : นักวิจัยทำงานที่ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ชีวภาพของสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนน์ในเมืองเรโฮโวทของอิสราเอล วันที่ 7 ก.ย. 2023)
เยรูซาเล็ม, 20 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (19 พ.ย.) สถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนน์เผยว่าทีมนักวิจัยของอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้พัฒนาแอนติบอดีชนิดใหม่ที่สามารถช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
งานวิจัยนี้ศึกษาแมคโครฟาจ (macrophage) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่ช่วยปกป้องร่างกายในยามปกติ ทว่าเซลล์เหล่านี้อาจส่งเสริมการเติบโตของมะเร็งภายในเนื้องอกได้ โดยในการศึกษาก่อนหน้านี้พบกลุ่มย่อยของแมคโครฟาจที่มีตัวรับเทรม2 (TREM2) ระดับสูง เนื้องอกใช้เซลล์ที่มีเทรม2 ระดับสูงเหล่านี้เพื่อกดระบบภูมิคุ้มกัน และผู้ป่วยที่มีเซลล์เหล่านี้จำนวนมากมักตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดี
การศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารเซลล์ (Cell) มุ่งเปลี่ยนแนวโน้มการทำงานของแมคโครฟาจเหล่านี้ให้ดีต่อร่างกาย โดยนักวิจัยได้สร้างโมเลกุลที่เรียกว่าไมเทส (MiTEs) ซึ่งออกแบบมาเพื่อยับยั้งแมคโครฟาจเทรม2 ที่เป็นอันตราย และช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่นๆ ให้โจมตีมะเร็ง
คุณสมบัติสำคัญของไมเทสคือการนำส่งโมเลกุลที่มีโปรตีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ไม่ทำงานขณะไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่จะถูกกระตุ้นต่อเมื่อไมเทสเข้าถึงเนื้องอก ซึ่งเป็นจุดที่เอนไซม์จะลอกชั้นป้องกันออก วิธีนี้ช่วยให้การรักษามีความเข้มข้นเฉพาะจุดและลดผลข้างเคียง
ผลการทดสอบกับหนูเผยว่าไมเทสสามารถทำให้เนื้องอกหดตัวลงได้ และยังกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในตัวอย่างที่เก็บจากผู้ป่วยมะเร็งในมนุษย์ นักวิจัยเผยว่าแนวทางดังกล่าวอาจใช้ได้ผลกับมะเร็งหลายประเภทเนื่องจากสอดคล้องกับการทำงานทั่วไปของระบบภูมิคุ้มกัน และวางแผนที่จะทดสอบโมเลกุลดังกล่าวต่อไปเพื่อความปลอดภัย พร้อมสำรวจการผสานเข้ากับการรักษาที่มีอยู่เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล :https://www.xinhuathai.com/china/544108_20251120