สนใจทำการตลาดผ่านสื่อและบริการของเราติดต่อ 063-932-1441 , 02 4243434, 02 434 3434
กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนดูแลบาดแผลอย่างถูกวิธีหลังน้ำลด เนื่องจากดินและโคลนเสี่ยงต่อเชื้อ "บาดทะยัก" แนะรีบล้างแผลทันทีและตรวจสอบประวัติวัคซีน หากฉีดเกิน 5-10 ปี ต้องฉีดกระตุ้น
หลังมหาอุทกภัยผ่านพ้นไป สิ่งที่เราต้องใส่ใจพอๆ กับการฟื้นฟูบ้านคือการดูแลสุขภาพกาย เพราะการทำความสะอาดบ้านอาจนำมาซึ่ง “บาดแผล” จากเศษสิ่งของหรือสิ่งมีคมที่ซ่อนอยู่ในดินและโคลน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อสำคัญ โดยเฉพาะ “เชื้อบาดทะยัก” ที่อันตรายถึงชีวิตได้
เราได้รวบรวมคำแนะนำฉบับสมบูรณ์จากกรมควบคุมโรค เพื่อให้คุณดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างปลอดภัยที่สุดในช่วงหลังน้ำลด
ทำไมบาดแผลหลังน้ำลดจึงอันตรายกว่าปกติ?
นพ. มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และทีมผู้บริหารที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดสงขลา เน้นย้ำว่า น้ำท่วมคือแหล่งรวมของดิน โคลน และเชื้อโรคหลายชนิด บาดแผลที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจึงมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคบาดทะยัก ซึ่งเชื้อจะซ่อนอยู่ในดินและโคลน การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้แม้เป็นแผลเล็กน้อย

5 ขั้นตอน "ล้างแผลทันที" กุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัย
เมื่อเกิดบาดแผลไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คุณต้องไม่ละเลยและทำตามขั้นตอนเหล่านี้ทันที
1. หยุดเลือดให้เร็ว: ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดลงบนบาดแผลเบาๆ จนเลือดหยุดไหล
2. ล้างให้เกลี้ยง: ใช้น้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ ชะล้างสิ่งสกปรก ฝุ่น หรือดินที่ติดอยู่ในแผลออกให้หมด การล้างแผลทันทีช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้มากถึง 90%
3. เช็ดให้แห้งสนิท: หลังล้างเสร็จ ซับแผลให้แห้งอย่างเบามือ
4. ปิดแผลป้องกันเชื้อ: ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ หรือพลาสเตอร์ที่สะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อใหม่เข้ามา
5. สิ่งที่ต้องห้ามเด็ดขาด: ห้ามใช้สมุนไพร, น้ำมันทา, น้ำส้มสายชูหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ ใส่ลงในบาดแผลเด็ดขาด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงและทำให้แผลอักเสบหนักกว่าเดิม

สัญญาณเตือน! แผลแบบไหนที่ "ไม่ควรดูแลเอง" ต้องรีบพบแพทย์ด่วน!
แม้แผลส่วนใหญ่จะดูแลเบื้องต้นได้ แต่แผลบางประเภทต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจัดการทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
o แผลรุนแรง: แผลลึก แผลกว้าง หรือบาดแผลที่เลือดไหลไม่หยุด
o แผลปนเปื้อนมาก: แผลที่มีดิน โคลน หิน ทราย หรือเศษวัตถุฝังอยู่และไม่สามารถล้างออกได้
o แผลที่มาจากการถูกกัด: แผลถูกสัตว์กัด
o สัญญาณติดเชื้อ: บาดแผลที่มีอาการบวมแดง ร้อน ปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีหนองเกิดขึ้น
เช็กด่วน! ประวัติ "วัคซีนบาดทะยัก" (Tetanus Shot)
นพ. นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำว่า การประเมินประวัติวัคซีนเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การล้างแผล
o หากคุณไม่แน่ใจว่าเคยฉีดวัคซีนบาดทะยักครบหรือไม่
o หากการฉีดครั้งสุดท้ายห่างไป “เกิน 5–10 ปี” แล้ว
ควรรีบไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อพิจารณาฉีดกระตุ้นทันที ในกรณีที่มีแผลสกปรกหรือแผลใหญ่ แพทย์อาจพิจารณาให้ Tetanus Immune Globulin (TIG) เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันเฉพาะหน้าให้แก่ร่างกาย
ป้องกันดีกว่าแก้! ทำอย่างไรให้ปลอดภัยขณะฟื้นฟูบ้าน?
ช่วงหลังน้ำลด เป็นช่วงที่เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสวมอุปกรณ์ป้องกันเสมอ
o สวมรองเท้าบูตกันน้ำ: เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการเหยียบสิ่งของมีคม
o สวมถุงมือยาง: ทุกครั้งที่ต้องสัมผัสดิน, โคลน หรือสิ่งปนเปื้อน
o หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่า: ในการจับหรือยกเศษวัสดุ
o ตรวจสอบร่างกาย: หากเกิดแผลเล็กน้อยระหว่างทำงาน ให้รีบล้างทำความสะอาดทันทีตาม 5 ขั้นตอนข้างต้น
หลังน้ำลดไม่ได้หมายถึงแค่การทำความสะอาดบ้าน แต่หมายถึงการดูแลร่างกายของเราให้ปลอดภัยไปพร้อมกันด้วย เพราะแม้บาดแผลจะเล็กแค่ไหน ก็อาจซ่อนความเสี่ยงร้ายแรงกว่าที่คิด หากพบอาการผิดปกติ สามารถติดต่อ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422