สนใจทำการตลาดผ่านสื่อและบริการของเราติดต่อ 063-932-1441 , 02 4243434, 02 434 3434
https://investor.lilly.com, https://www.prnewswire.com/, www.ajmc.com: เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 Eli Lilly and Company รายงานว่า retatrutide ซึ่งเป็นยาฉีดที่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยทางคลินิกสำหรับคนที่เป็นโรคอ้วน (obesity) หรือมีภาวะน้ำหนักเกิน (overweight) ทุกขนาด ไม่ว่าเป็น 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมหรือ 12 มิลลิกรัม สามารถลดน้ำหนักลงได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ placebo โดยเฉพาะ Retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัม สามารถลดน้ำหนักลงได้เฉลี่ย 28.3% (ประมาณ 70 ปอนด์หรือประมาณ 32 กิโลกรัม ในช่วงเวลา 80 สัปดาห์หรือราวๆ 1.5 ปี
Eli Lilly and Company รายงานว่าผลลัพธ์จาก TRIUMPH-1 แสดงให้เห็นว่า retatrutide ทั้งขนาด 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมและ 12 มิลลิกรัม ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneous injection) เพียงสัปดาห์ละครั้ง บรรลุเป้าประสงค์หลัก (primary endpoint) ของการศึกษา นั่นก็คือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ 80 สัปดาห์จากเมื่อเริ่มต้นการศึกษา [112.7 กิโลกรัมหรือ 248.5 ปอนด์, ดัชนีมวลกาย (body mass index หรือ BMI) 40.0 kg/m2] โดย retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมและ 12 มิลลิกรัม ลดน้ำหนักตัวลงได้ 19.0%, 25.9% และ 28.3% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวที่ลดลง 2.2% ของกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับ placebo

Retatrutide เป็นยาตัวแรกในกลุ่มที่เรียกว่า triple–hormone-receptor agonist กล่าวคือมีกลไกการออกฤทธิ์ด้วยการเข้าไปจับและกระตุ้นตัวรับ (receptor) ของฮอร์โมน 3 ตัวในลำไส้ที่มีผลต่อความอยากอาหาร การหลั่งอินซูลิน น้ำหนักตัวและระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ glucose-dependent insulinotropic polypeptide (GIP) ซึ่งเป็น incretin hormone ในลำไส้, glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ซึ่งก็เป็น incretin hormone ในลำไส้ด้วยเช่นกันและ glucagon ซึ่งเป็น peptide hormone ที่สร้างจากตับอ่อนและมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ต่ำจนเกินไป
TRIUMPH-1 เป็นการศึกษาทางคลินิกแบบ Phase 3, 80‑week, randomized, double‑blind,placebo‑controlled trial ในผู้เข้าร่วมการศึกษาอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 2,339 คนที่เป็นโรคอ้วน (มี BMI ตั้งแต่ 30 kg/m2 ขึ้นไป) หรือมีภาวะน้ำหนักเกิน (มี BMI ตั้งแต่ 27 kg/m2) และมีโรคร่วมอย่างน้อย 1 อย่าง (ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด แต่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน ผู้เข้าร่วมการศึกษาถูกสุ่ม (1:1:1:1) ออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ได้รับ retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, กลุ่มที่ได้รับ retatrutide ขนาด 9 มิลลิกรัม, กลุ่มที่ได้รับ retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัม และกลุ่มที่ได้รับ placebo โดยในกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับ retatrutide จะเริ่มด้วยขนาด 2 มิลลิกรัม แล้วปรับขนาดยาขึ้นแบบขั้นบันไดทุก 4 สัปดาห์ไปจนถึงระดับยาเป้าหมาย
นอกจากผลลัพธ์ที่เป็นเป้าประสงค์หลักแล้ว ขณะเดียวกันยังพบว่า retatrutide ทั้งขนาด 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมและ 12 มิลลิกรัม ก็บรรลุเป้าประสงค์รองต่างๆ (secondary endpoints) ที่ 80 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นรอบเอวจากเมื่อเริ่มต้นการศึกษา (118.3 เซนติเมตรหรือ 46.6 นิ้ว) เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีน้ำหนักตัวลดลงได้ตั้งแต่ 25% ขึ้นไป เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีน้ำหนักตัวลดลงได้ตั้งแต่ 30% ขึ้นไป และเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีน้ำหนักตัวลดลงได้ตั้งแต่ 35% ขึ้นไป
โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับ retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมหรือ 12 มิลลิกรัม มีเส้นรอบเอวลดลง 16.3 เซนติเมตร, 21.8เซนติเมตรและลดลง 24.1 เซนติเมตร ตามลำดับ เทียบกับที่ลดลง 3.6 เซนติเมตรในกลุ่มที่ได้รับ placebo ขณะเดียวกันพบว่ามีเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีน้ำหนักตัวลดลงได้ตั้งแต่ 25% ขึ้นไป อยู่ที่ 27.8%, 52.9% และ 62.5% สำหรับกลุ่มที่ได้รับ retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมและ 12 มิลลิกรัม ตามลำดับ เทียบกับ 2.2% ของกลุ่มที่ได้รับ placebo และมีเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีน้ำหนักตัวลดลงได้ตั้งแต่ 30% ขึ้นไป อยู่ที่ 15.3%, 37.9% และ 45.3% สำหรับกลุ่มที่ได้รับ retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, 9 มิลลิกรัมและ 12 มิลลิกรัม ตามลำดับ เทียบกับ 0.5% ของกลุ่มที่ได้รับ placebo
นอกจากนี้ ใน TRIUMPH-1 ยังมีการศึกษาย่อยที่เป็น extension period ด้วยการนำเอาผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 532 คนที่มีภาวะอ้วนลงพุงมาก (มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 121.7 กิโลกรัม หรือ 268.3 ปอนด์ และมี BMI42.8 kg/m2 เมื่อเริ่มต้นการศึกษา) และผ่านการศึกษาในช่วงที่เป็น main 80-week study มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาศึกษาต่อด้วยการให้ retatrutide (ด้วย maximum tolerated dose หรือ MTD 9 มิลลิกรัมหรือ 12 มิลลิกรัม) หรือจากที่เคยได้รับ placebo ก็เปลี่ยนมาเป็นการได้รับ retatrutideMTD ต่อไปอีกเป็นเวลา 24 สัปดาห์ พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีภาวะอ้วนลงพุงมากที่ได้รับ retatrutide อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วง main 80-week study มาจนถึงช่วง extension period มีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวที่ลดลงได้ถึง 30.3% (น้ำหนักตัวลดลง 38.5 กิโลกกรัมหรือ 85.0 ปอนด์
สำหรับข้อมุลด้านความปลอดภัยของ retatrutide ในการศึกษานี้ พบว่าโดยทั่วไปแล้วมีชนิดและระดับความรุนแรงของอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ (adverse events) ไปแตกต่างไปจากการศึกษาของ incretin-based therapies อื่นๆ โดยผลข้างเคียงที่มีรายงานพบได้บ่อยจากการได้รับ retatrutide เป็น gastrointestinal side effects เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียนและท้องผูก โดยผลข้างเคียงส่วนใหญ่มีความรุนแรงอยู่แค่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น