จับตาบทบาทของ Oral Targeted Therapy First-line systemic treatment สำหรับโรคสะเก็ดเงิน

15 มิ.ย. 2569 14:53:38จำนวนผู้เข้าชม : 24 ครั้ง

การได้รับการรับรองจาก FDA เมื่อเร็วๆ นี้ของ icotrokinra ด้วยข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงิน ถูกจับตากันว่าน่าจะถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการรักษาโรคสะเก็ดเงินและข้ออักเสบสะเก็ดเงินด้วย systemic therapy ที่เป็นยามุ่งเป้าชนิดรับประทาน (oral targeted therapy) ซึ่งมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่แตกต่างไปจาก systemic therapies เดิมๆ และ oral targeted therapy น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไข้โรคสะเก็ดเงินและข้ออักเสบสะเก็ดเงินที่ไม่ต้องการใช้ยาฉีด


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 Johnson & Johnson แจ้งว่าสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) ได้ให้การรับรอง icotrokinra (ICOTYDE) ซึ่งเป็นยามุ่งเป้าชนิดรับประทานในรูปยาเม็ด สำหรับใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนารุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก (moderate-to-severe plaque psoriasis) ในผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่มีน้ำหนักตัวอย่างน้อย 40 กิโลกรัมและมีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาด้วย systemic therapy หรือด้วย phototherapy โดย icotrokinra ถือเป็น targeted oral peptide ตัวแรกและตัวเดียวเท่านั้นในปัจจุบันที่มีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งตัวรับ (receptor) ของ interleukin-23 (IL-23) ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ในข้อบ่งใช้ที่กล่าวมา

แม้ปัจจุบันสาเหตุที่แท้จริงของโรคสะเก็ดเงินจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม สมมติฐานที่ได้รับการพูดถึงและอ้างอิงกันบ่อยมากก็คือ โรคสะเก็ดเงินน่าจะเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการทำงานที่ผิดปกติ ทำให้มีการสร้างสารโปรตีนบางชนิดที่เรียกว่า cytokines ออกมามากเกินไป ส่งผลให้มีการส่งสัญญาณจาก cytokines ไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ โดย IL-23 เป็น pro-inflammatory cytokine ที่สำคัญตัวหนึ่ง


ข้อมูลทางคลินิกที่สำคัญที่นำมาสู่การได้รับการรับรองของ icotrokinra จาก FDA ก็คือข้อมูลจากโปรแกรมการพัฒนาทางคลินิกของ icotrokinra (CONIC Clinical Development Program) ในโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งประกอบด้วยการศึกษาทางคลินิกในระยะที่ 3 (Phase III) แบบ randomized controlled trial (RCT) 5 การศึกษา ได้แก่ CONIC-LEAD, ICONIC-TOTAL, ICONIC-ADVANCE 1, ICONIC-ADVANCE 2 และ ICONIC-ASCEND โดยใน RCTs เหล่านี้มีทั้งการเปรียบเทียบ icotrokinra กับ placebo, icotrokinra กับ deucravacitinib ซึ่งเป็นยามุ่งเป้าชนิดรับประทานที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง intracellular enzyme Tyrosine Kinase 2 (TYK2) โดยเฉพาะ และ icotrokinra กับ ustekinumab ซึ่งเป็นยาชีววัตถุ (biologic; monoclonal antibody) ในรูปยาฉีดที่มีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงินอยู่ด้วยเช่นกัน


 

ผลการศึกษาโดยรวมจาก CONIC Clinical Development Program พบว่าการใช้ icotrokinra ด้วยการรับประทานเพียงวันละครั้ง มีประสิทธิภาพดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับ placebo ในการกำจัดผื่นสะเก็ดเงิน ขณะเดียวกันพบว่า icotrokinra มีประสิทธิภาพเหนือกว่า deucravacitinib (Sotyktu) ซึ่งเป็นยามุ่งเป้าชนิดรับประทานกลุ่ม tyrosine kinase 2 (TYK2) inhibitors ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ในเดือนกันยายน 2565 ด้วยข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงินและข้ออักเสบสะเก็ดเงิน


ผลการศึกษาโดยรวมของ CONIC-LEAD พบว่า 74% ของกลุ่มคนไข้ที่ใช้ icotrokinra บรรลุถึงการมี Investigator’s Global Assessment (IGA) score 0/1 คือ มี clear หรือ almost clear skin และ 65% ของกลุ่มคนไข้ที่ใช้ icotrokinra บรรลุถึงการมี Psoriasis Area and Severity Index (PASI) 90 ที่ 16 สัปดาห์ คือมีอาการต่างๆ ของโรคสะเก็ด เช่น ผิวแดง ผื่นหนาและขุย ดีขึ้นมากอย่างชัดเจน เทียบกับแค่ 4% ของกลุ่มคนไข้ที่ได้รับ placebo ส่วนผลการศึกษาของกลุ่มย่อยใน CONIC-LEAD ที่เป็นคนไข้เด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปจนถึง 17 ปี จำนวน 66 คน (อายุเฉลี่ย 15 ปีและเป็นโรคสะเก็ดเงินมาประมาณ 5 ปี) พบว่า 84% ของเด็กและวัยรุ่นที่ได้รับการรักษาด้วยยารับประทาน icotrokinra บรรลุถึงการมี IGA score 0/1 (clear หรือ almost clear skin) เทียบกับประมาณ 27% ของเด็กและวัยรุ่นที่ได้รับการรักษาด้วย placebo และมี PASI 90 อยู่ที่ 70.5% เทียบกับ 13.6% ตามลำดับ


ขณะที่ผลการศึกษาของ ICONIC-TOTALtrial ซึ่งเป็นการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ icotrokinra ในระยะยาวเป็นเวลานานถึง 52 สัปดาห์ ในคนไข้สะเก็ดเงินที่มีรอยโรคอยู่ในบริเวณที่รักษาค่อนข้างยาก ได้แก่ scalp psoriasis และ genital psoriasis พบว่า 72% และ 85% ของคนไข้ที่ใช้ icotrokinra มี scalp-specific Investigator's Global Assessment (ss-IGA) score 0/1และ static Physician's Global Assessment of Genitalia (sPGA-G) score 0/1 ตามลำดับ


ส่วนผลการศึกษาของ ICONIC-ADVANCE 1 และ ICONIC-ADVANCE 2 ซึ่งประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ icotrokinra เปรียบเทียบกับ placebo และ deucravacitinib ในคนไข้ moderate-to-severe plaque psoriasis พบว่า icotrokinra มีประสิทธิภาพเหนือกว่าอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับทั้ง placebo และ deucravacitinib โดย icotrokinra มี rate of skin clearance (IGA 0/1) อยู่ที่ 68/70% เทียบกับแค่ 1/9% ของ placebo และมี PASI 90 อยู่ที่ 55/57% เทียบกับ 4/1% ของ placebo ขณะเดียวกันพบว่า icotrokinra มี complete skin clearance ที่ 16 สัปดาห์ อยู่ที่ 37/37% เทียบกับ 16/17% ของ deucravacitinib และมี PASI 100 อยู่ที่ 31/32% เทียบกับ 11/14% ตามลำดับ


สำหรับ ICONIC-ASCEND trial เป็นการศึกษาทางคลินิกแบบ RCT ที่เปรียบเทียบ icotrokinra กับ placebo และเปรียบเทียบแบบ head-to-head ระหว่าง icotrokinra และ ustekinumab ซึ่งเป็น injectable biologic ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ในปี 2552 สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงินในผู้ใหญ่และอีกครั้งในปี 2560 สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงินในเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป การศึกษานี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2568 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2570


ในส่วนเรื่องความปลอดภัยของ icotrokinra ใน CONIC-LEADtrial พบว่าจำนวนคนไข้ที่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์อย่างน้อย 1 อย่างตลอด 16 สัปดาห์ของการศึกษา มีสัดส่วนเท่ากัน คือ 49% ทั้งในกลุ่มคนไข้ที่ได้รับ icotrokinra และที่ได้รับ placebo โดยผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ที่มีรายงานพบได้บ่อย ได้แก่ ไข้หวัดธรรมดาและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ขณะที่การใช้ icotrokinra ในระยะยาวเป็นเวลานานถึง 52 สัปดาห์ใน ICONIC-TOTAL, ICONIC-ADVANCE 1 และ ICONIC-ADVANCE 2 trials ก็ไม่พบสัญญาณด้านความปลอดภัยใหม่ๆ เกิดขึ้นเลย นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับ deucravacitinib ใน ICONIC-ADVANCE 1 และ ICONIC-ADVANCE 2 พบว่าการใช้ icotrokinra มีอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์โดยรวมและอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าการใช้ deucravacitinib ตลอด 24 สัปดาห์ของการศึกษา


แพทย์หญิง Linda Stein Gold (Director of Dermatology Clinical Research, Henry Ford Health System, West Bloomfield, Michigan, USA) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้วิจัยของ ICONIC ADVANCE trial กล่าวว่าการที่ FDA ให้การรับรองยามุ่งเป้าชนิดรับประทานเพียงวันละครั้งสำหรับรักษา moderate to severe plaque psoriasis ช่วยให้คนไข้มีทางเลือกที่ผสมผสานประโยชน์หลายอย่างเข้าไว้ด้วยกันและค่อนข้างมีความปลอดภัย ข้อมูลจากการศึกษาจำนวนหนึ่งที่ใช้เวลานานถึง 1 ปี แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับคนไข้ที่กำลังหาทางหลุดพ้นความทุกข์ทรมานจากโรคเรื้อรังโรคนี้


ด้านนายแพทย์ Robert Bissonnette (Innovaderm Research, Montreal,Quebec, Canada) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้วิจัยของ ICONIC-LEAD trial กล่าวว่าคนที่มีชีวิตอยู่กับโรคสะเก็ดเงินระดับความรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมากต่างก็กำลังแสวงหาทางเลือกของการรักษาที่มีความสมดุลกันทั้งในเรื่องประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและใช้ง่าย ผลลัพธ์ของการศึกษานี้เป็นสิ่งที่น่ายินดี และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการรักษาด้วย icotrokinra ที่จะช่วยให้คนไข้ได้รับประโยชน์ที่ผสมผสานความสามารถในการกำจัดรอยโรคสะเก็ดเงินบนผิวหนังได้อย่างเกลี้ยงเกลาและเรื่องของความปลอดภัยเข้าไว้ในยาเม็ดแบบรับประทานเพียงวันละครั้ง


 

 


แหล่งที่มาของข้อมูล: www.dermatologytimes.com, www.jnj.com,www.hcplive.com,https://acrabstracts.org, www.icotyde.com