สนใจทำการตลาดผ่านสื่อและบริการของเราติดต่อ 063-932-1441 , 02 4243434, 02 434 3434
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “Tranexamic acid (ทราน-นี-ซา-มิค-แอ-ซิด)” มาก่อนเนื่องจากเคยรับประทานเพราะมีเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ แต่บางคนอาจเคยได้รับกับแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อใช้ในการรักษาฝ้า จะเห็นว่าทั้ง 2 ข้อบ่งใช้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเหมือน “เหรียญ 2 ด้าน” แล้วทำไมยาชนิดนี้ถึงมีประสิทธิภาพในการรักษาได้หลากหลายประเภท วันนี้จึงขอมาอธิบายให้เข้าใจถึงข้อควรรู้ของยา Tranexamic acid กัน
สรุปข้อมูลสำคัญ
• ชื่อยา: Tranexamic acid
• กลุ่มยา: ยาห้ามเลือด (Antifibrinolytic drug)
• ข้อบ่งใช้หลัก: เลือดประจำเดือนออกมาก, เลือดออกจากการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ
• การใช้รักษาฝ้า: ใช้แบบ Off-label ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง
• ความเสี่ยงสำคัญ: ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
• คำแนะนำ: ไม่ควรซื้อรับประทานเองเด็ดขาด

ยา Tranexamic acid คือ
Tranexamic acid ขึ้นทะเบียนเป็น “ยาอันตราย” ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา สำหรับใช้รักษาภาวะเลือดประจำเดือนออกมาก (heavy menstrual bleeding) และใช้ระยะสั้นเพื่อป้องกันเลือดออกระหว่างการทำทันตกรรมในผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย (hemophilia)
กลไกการออกฤทธิ์ของยา Tranexamic acid
กลไกการออกฤทธิ์ของยาจะไปยับยั้งการสลายลิ่มเลือดจากการป้องกันการทำงานของพลาสมินซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการสลายลิ่มเลือด ดังนั้นลิ่มเลือด (fibrin clots) จึงมีความคงตัวและลดการไหลของเลือดได้
วิธีการใช้ยา Tranexamic acid ให้ปลอดภัย
ปัจจุบันยา Tranexamic acid มีทั้งในรูปแบบยารับประทานและยาฉีดขึ้นกับบริบททางคลินิก ความรุนแรงของเลือดที่ออก เช่น ใช้รูปแบบฉีดในอุบัติเหตุรุนแรง (trauma) หากให้ยาภายใน 3 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ใช้ในกระบวนการผ่าตัดเพื่อลดการสูญเสียเลือด นอกจากนี้ยังนำมาใช้กลั้วปากในผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือใช้พ่นเพื่อรักษาอาการไอเป็นเลือด (hemoptysis) ได้อีกด้วย โดยในโรงพยาบาลจะต้องอาศัยความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพในการใช้ยาให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับผู้ป่วย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจในการสั่งยาตามข้อบ่งใช้โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉิน เภสัชกรจะตรวจสอบขนาดที่เหมาะสมตามการทำงานของไตและตรวจดูอันตรกิริยาระหว่างยา (drug interactions) และพยาบาลเป็นผู้บริหารยาให้ถูกต้อง ร่วมกับเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติของผู้ป่วย เช่น ความดันโลหิตต่ำหากให้ยาฉีดเร็วเกินไป อาการชัก เป็นต้น
ยา Tranexamic acid รักษาฝ้าได้จริงหรือไม่
ปัจจุบันวงการด้านความงามได้นำยา Tranexamic acid ชนิดรับประทานมาใช้ในการรักษาฝ้า (melasma) เนื่องด้วยโดยปกติแล้วรังสียูวีจากแสงแดดจะกระตุ้นให้เอนไซม์พลาสมินไปกระตุ้นกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน ดังนั้นเมื่อยายับยั้งเอนไซม์ดังกล่าวรวมถึงยังมีอีกหลายกลไกการออกฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องส่งผลทำให้ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ โดยมีการศึกษายืนยันแล้วว่าสามารถทำให้ฝ้าจางลงได้จริง อย่างไรก็ตามยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาฝ้าด้วยยา Tranexamic acid ชนิดรับประทานที่ชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาในระยะยาว จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลและแนะนำของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังซึ่งจะใช้ขนาดยาที่น้อยกว่าการใช้ห้ามเลือด และใช้ในช่วงเวลาจำกัด

ผลข้างเคียงของยา Tranexamic acid มีอะไรบ้าง
สำหรับผลข้างเคียง (side effect)จากยาอาจพบอาการ
• ปวดศีรษะ
• ปวดหลัง
• ปวดท้อง
• คลื่นไส้ อาเจียน
• ท้องเสีย
• อ่อนเพลีย
แต่อันตรายที่ต้องระวังซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่รุนแรงคือ การเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งลิ่มเลือดอาจไหลไปอุดตันตามอวัยวะสำคัญ เช่น ขา (ขาบวม ปวดแดงร้อน) ปอด (หายใจไม่ออก หอบเหนื่อย) สมอง (ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง อัมพาต) ตา (ตามัว มองไม่เห็น) และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ จึงมี
ข้อห้ามที่ควรระวังของการใช้ยา Tranexamic acid
ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติหรือกำลังเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง มีความผิดปกติของการมองเห็นสี รวมถึงในผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิด ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
ดังนั้น หากทุกท่านกำลังประสบปัญหาเลือดออกไม่หยุดหรือมีความกังวลเรื่องฝ้า และสนใจการรักษาด้วยยา Tranexamic acidไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ซึ่งแพทย์จะประเมินความเสี่ยง พิจารณาเลือกขนาดยาที่เหมาะสมกับข้อบ่งใช้และลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย นอกจากนี้หากเกิดอาการผิดปกติหลังจากใช้ยา เช่น ปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก ปวดน่องข้างใดข้างหนึ่ง ควรหยุดยาและรีบไปพบแพทย์ทันที หรือในกรณีต้องการรักษาฝ้าอาจพิจารณาทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าซึ่งยังมีอีกหลายวิธี เช่น การใช้ยารูปแบบทา การทำเลเซอร์ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันการเกิดฝ้าด้วยการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอซึ่งเป็นวิธีการป้องกันที่ดีสุด หากมีข้อสงสัยสามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้ได้รับยาที่ถูกต้อง ปลอดภัยมากที่สุดนั่นเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “ยา Tranexamic acid”
Q: Tranexamic acid เป็นยาแก้ฝ้าหรือไม่?
A: ไม่ใช่ ยานี้เป็นยาห้ามเลือด การใช้รักษาฝ้าเป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
Q: ซื้อยา Tranexamic acid มากินเองได้ไหม?
A: ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันและอันตรายถึงชีวิต
Q: ใช้แล้วฝ้าจะหายขาดหรือไม่?
A: ไม่หายขาด แต่ช่วยให้ฝ้าจางลงได้ในบางราย และต้องควบคุมแสงแดดร่วมด้วย
Q: ใช้นานแค่ไหนถึงเห็นผล?
A: แตกต่างกันในแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อมูลโดย
ภญ.ทิพย์นภา จารุจิตมณีกุล
งานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
เอกสารอ้างอิง
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/tranexamic-acid