สถาบันวัคซีนดัน 'วัคซีน PCV' งานวิจัยยืนยัน 'คุ้มค่า' แม้ไม่รวมผลจากภูมิคุ้มกันหมู่

18 ก.พ. 2569 14:03:28จำนวนผู้เข้าชม : 71 ครั้ง

สถาบันวัคซีนแห่งชาติออกแถลงการณ์ยืนยัน “การผลักดันวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (PCV) เข้าแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ มีข้อมูลวิชาการสนับสนุนครบถ้วน” ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา


โดยแถลงการณ์ระบุว่า โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส เป็นปัญหาสาธารณสุขที่มีความรุนแรงสูง โดยเชื้อ Streptococcus pneumoniae เป็นสาเหตุสำคัญของโรคในเด็กเล็ก ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตแล้ว ยังทิ้งภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น ความพิการทางสมอง การสูญเสียการได้ยิน และผลกระทบต่อพัฒนาการเด็ก อันเป็นภาระต่อครอบครัว ระบบสุขภาพ และสังคมในระยะยาว


ประเทศไทยโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีข้อมูลวิชาการด้านระบาดวิทยาและภาระโรคที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสส่งผลกระทบต่อเด็กไทยในวงกว้าง ดังนั้น การพิจารณาจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของโรคปอดอักเสบที่ส่งมาเบิกจ่ายจากระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทั้งหมด ไม่สะท้อนความสูญเสียทางสุขภาพระยะยาว และไม่รวมต้นทุนทางสังคมของครอบครัว


ดังนั้น การพิจารณาจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของโรคปอดอักเสบที่ส่งมาเบิกจ่ายจากระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทั้งหมด ไม่สะท้อนความสูญเสียทางสุขภาพระยะยาว และไม่รวมต้นทุนทางสังคมของครอบครัว


การผลักดันวัคซีน PCV เป็นวัคซีนสำหรับเด็กทุกคน จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบาดวิทยา ผลกระทบทางสาธารณสุข เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข และความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ


ทั้งนี้ สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ร่วมกับกรมควบคุมโรคในการผลักดันประเด็นวัคซีน PCV มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนข้อมูลวิชาการ การผลักดันเชิงนโยบาย และความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร่วมกับโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของวัคซีนดังกล่าว


อีกทั้ง ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า วัคซีน PCV มีความคุ้มค่าแม้จะไม่รวมผลจากภูมิคุ้มกันหมู่ ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยมีอัตราการเกิดลดลง และราคาวัคซีนมีแนวโน้มลดลง ยิ่งเพิ่มความคุ้มค่าในภาพรวมที่จะดำเนินการจัดหาวัคซีนในระดับประเทศ วัคซีน PCV จึงถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาพเด็กไทยในระยะยาวที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป


เด็กที่ได้รับวัคซีน PCV จะช่วยลดการเจ็บป่วยรุนแรง ลดการเสียชีวิต ลดภาระต่อสถานพยาบาล ลดความพิการระยะยาว และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรค ทั้งนี้ในระดับนโยบายโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญต่อการบรรจุวัคซีน PCV เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2568 https://pr.moph.go.th/online/index/news/328619)  และคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 (https://nvi.go.th/2026/01/14/pr_news_nvc-1-2569/)


อย่างไรก็ตาม สถาบันวัคซีนแห่งชาติเชื่อมั่นว่า การบริหารจัดการงบประมาณด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม และการให้ความสำคัญกับงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันที่คุ้มค่าที่สุดด้านสาธารณสุข จะทำให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการจัดหาวัคซีน PCV ได้ภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่ และการพิจารณาข้อมูลวิชาการ วิทยาศาสตร์สาธารณสุข ฯลฯ ที่ครบถ้วน รอบด้าน และทันต่อสถานการณ์ จะนำไปสู่การตัดสินใจการให้วัคซีน PCV กับเด็กไทยทุกคน

 


ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://www.thecoverage.info/news/content/10587