FDA อนุมัติข้อบ่งใช้ใหม่ของ Teplizumab สำหรับคนไข้ stage 3 T1DM อายุตั้งแต่ 8 ไปจนถึง 17 ปี

05 ส.ค. 2569 13:47:30จำนวนผู้เข้าชม : 28 ครั้ง

www.fda.gov, www.news.sanofi.us, www.nejm.org,www.drugs.com: เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) ให้การอนุมัติแบบ accelerated approval สำหรับข้อบ่งใช้ใหม่ของ teplizumab (ชื่อทางการค้าคือ Tzield) ซึ่งเป็น CD3-directed monoclonal antibody (immunotherapy) เพื่อชะลอการถดถอยของการผลิตอินซูลิน (endogenous insulin production) ในคนไข้เด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 8 ปีไปจนถึง 17 ปีที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3 (type 1 diabetes mellitus หรือ T1DM, stage 3)โดยนับเป็นข้อบ่งใช้แรกของ teplizumab ในฐานะเป็น disease-modifying therapy ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับใช้ในคนไข้เด็กและวัยรุ่นที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3 (clinical stage; กระหายน้ำมากผิดปกติ, ปัสสาวะบ่อย, ผอมลงโดยไม่ทราบสาเหตุและเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย)


แพทย์หญิง Mahtab Niyyati (Clinical Reviewer, Division of Diabetes, Lipid Disorders and Obesity, FDA) กล่าวว่า FDA ตระหนักดีว่ามีความจำเป็นที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอยู่อีกมากมายสำหรับคนไข้เบาหวานชนิดที่ 1 และด้วยหลักฐานที่หนักแน่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิผล ดังนั้น การที่ FDA ให้การรับรอง teplizumab ในข้อบ่งใช้นี้ จะช่วยให้คนไข้เด็กและวัยรุ่นที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3 มีโอกาสเปลี่ยนแปลงการดำเนินโรคของพวกเขาได้

ข้อมูลทางคลินิกที่สำคัญที่ FDA ใช้ประกอบการพิจารณาให้การรับรอง teplizumab ในข้อบ่งใช้ล่าสุดดังกล่าว ก็คือผลลัพธ์จากการศึกษาทางคลินิกที่มีชื่อว่า PROTECT study ซึ่งเป็น phase 3, randomized, placebo-controlled trial ที่มุ่งประเมิน β-cell preservation, clinical endpoints และ safety ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 8 ปีไปจนถึง 17 ปี จำนวนประมาณ 300 คนที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3 (ภายใน 6 สัปดาห์ก่อนเริ่มการศึกษา) เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับ teplizumab และกลุ่มที่ได้รับ placebo (intravenous infusion, 12-day course 2 courses ห่างกัน 26 สัปดาห์) แล้วประเมิน primary endpoint ด้วยการวัดระดับ serum C-peptide ซึ่งเป็น surrogate ของ β- cell function


เมื่อเริ่มต้นการศึกษา กลุ่มที่ถูกสุ่มให้ได้รับ teplizumab (217 คน) มีระดับ serum C-peptide อยู่ที่ 0.54±0.20 pmol/L ขณะที่กลุ่มที่ถูกสุ่มให้ได้รับ placebo (111 คน) มีระดับ serum C-peptide อยู่ที่ 0.53±0.17 pmol/L ผลการศึกษาที่ 78 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ถูกสุ่มให้ได้รับ teplizumab มีระดับ serum C-peptide อยู่ที่ 0.46±0.20 pmol/L (least squares [LS] mean change from baseline -0.09) ขณะที่กลุ่มที่ถูกสุ่มให้ได้รับ placebo มีระดับ serum C-peptide อยู่ที่ 0.34±0.21 pmol/L (LS mean change from baseline -0.21) ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (0.13, 95% confidence interval 0.09-0.17, P<0.001) และแสดงให้เห็นว่า teplizumab มีประสิทธิภาพในการ preserve β-cell function หรือสามารถชะลอการถดถอยของการผลิตอินซูลินในคนไข้เด็กและวัยรุ่นที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3


 

สำหรับข้อมูลด้านความปลอดภัยใน PROTECT study พบว่ามี adverse events เกิดขึ้นใน 99.5% ของกลุ่มที่ถูกสุ่มให้ได้รับ teplizumab และ 97.3% ในกลุ่มที่ถูกสุ่มให้ได้รับ placebo โดย adverse events เหล่านี้ส่วนใหญ่มีความรุนแรงเพียงระดับ mild หรือ moderate (grade 1 หรือ grade 2) ที่เกิดขึ้นชั่วคราวและสามารถแก้ไขได้


อนึ่ง teplizumab ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นครั้งแรกในปี 2022 ด้วยข้อบ่งใช้สำหรับชะลอการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3 ในผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไปที่ได้รับการวินิจฉัยเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 2 หลังจากมีผลของการศึกษาทางคลินิกแสดงว่า teplizumab สามารถชะลอการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 ระยะที่ 3 ออกไปได้นานถึงประมาณ 2 ปี