ไวรัสตับอักเสบเอ เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยไม่มีความแตกต่างในโอกาสเกิดโรคระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ เนื่องจากไม่มีอาการชัดเจน จนกระทั่งตรวจพบค่าการอักเสบของตับผิดปกติหรือพบการติดเชื้อจากการตรวจเลือด
สาเหตุโรคไวรัสตับอักเสบเอ
โรคไวรัสตับอักเสบเอเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่กระจายผ่านอุจจาระที่ปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำดื่ม
อาการโรคไวรัสตับอักเสบเอ
- อุจจาระสีซีด
- ปัสสาวะสีเข้ม
- ตัวและตาเหลือง
- อ่อนเพลียและอาจมีไข้
- คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
- ปวดท้อง
การรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอต้องฉีด 2 เข็ม โดยเข็มที่สองจะฉีดหลังเข็มแรก 6-12 เดือน วัคซีนสามารถฉีดได้ในทุกช่วงอายุ
ผู้ที่มีความเสี่ยง
- ผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ
- ผู้ที่อาศัยในพื้นที่การระบาดของโรค
- ผู้ที่เดินทางไปยังประเทศกำลังพัฒนา
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางปาก
- ผู้ใช้ยาเสพติดที่ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
การป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ
- ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่อาจปนเปื้อน
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ
- ปฏิบัติตามหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bumrungrad.com/th/conditions/hepatitis-a
