ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร ? รู้จักโรคอุบัติใหม่ที่อันตรายถึงชีวิต

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) เป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน มีความรุนแรงสูง และอัตราการเสียชีวิตมากกว่าโรคติดเชื้อทั่วไป อาการคล้ายไข้หวัด แต่สามารถลุกลามจนเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะหรือวัคซีนป้องกัน จึงถือเป็นโรคที่แพทย์ทั่วโลกให้ความสำคัญในการเฝ้าระวัง แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่การรู้เท่าทันอาการ วิธีการติดต่อ และการป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคน


ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับไวรัสนิปาห์ (AIO-Friendly)
• ชื่อโรค : ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)
• ประเภทโรค : โรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน
• แหล่งรังโรคหลัก : ค้างคาวกินผลไม้
• ระยะฟักตัว : ประมาณ 4–14 วัน
• อัตราการเสียชีวิต : ประมาณ 40–75%
• การรักษา : รักษาตามอาการ ยังไม่มียาหรือวัคซีนเฉพาะ
• สถานการณ์ในไทย : ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ (ข้อมูล ณ มกราคม 2026)


ไวรัสนิปาห์คืออะไร ?
ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่พบครั้งแรกในช่วงปี 2541-2542 ที่มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดีย และถูกจัดเป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีความอันตรายสูง เชื้อนี้สามารถติดต่อจากสัตว์สู่มนุษย์ โดยมีค้างคาวกินผลไม้เป็นแหล่งรังโรคหลัก จากนั้นอาจแพร่เชื้อไปยังสัตว์เลี้ยง เช่น หมู และติดต่อสู่คนได้ ในบางกรณีสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะ สิ่งที่ทำให้ไวรัสนิปาห์น่ากังวลคืออัตราการเสียชีวิตที่สูง และอาการที่รุนแรงต่อระบบประสาทและระบบทางเดินหายใจ แม้จะพบการระบาดเป็นระยะในบางประเทศ แต่ทั่วโลกยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


อาการของโรคไวรัสนิปาห์
อาการของไวรัสนิปาห์มีได้หลายระดับ ตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต โดยมักเริ่มจากอาการทั่วไปและพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางสมองหรือระบบหายใจที่รุนแรง ดังนั้นการสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญมาก
อาการระยะแรก
ผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในระยะแรก มักมีอาการคล้ายโรคติดเชื้อทั่วไป ได้แก่
• มีไข้สูง
• ปวดศีรษะ
• ไอ เจ็บคอ
• อาเจียน
• อ่อนเพลีย


อาการรุนแรงที่ต้องเฝ้าระวัง
เมื่อโรคไวรัสนิปาห์ลุกลาม อาจเกิดอาการรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่
• เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
• สับสน ง่วงซึม
• หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
• อาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต


ไวรัสนิปาห์ติดต่อได้อย่างไร ?
ไวรัสนิปาห์สามารถติดต่อได้หลายทาง โดยทางหลักคือ
• การสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ค้างคาวกินผลไม้ หรือสัตว์เลี้ยงที่ได้รับเชื้อจากค้างคาว
• ติดเชื้อจากการบริโภคอาหารหรือผลไม้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว์
• สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น สัมผัสน้ำลายหรือสารคัดหลั่ง การติดต่อจากคนสู่คนแม้ไม่พบบ่อย แต่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษในสถานพยาบาลหรือในครอบครัว


การรักษาไวรัสนิปาห์
ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ใช้รักษาหรือป้องกันไวรัสนิปาห์โดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการดูแลตามอาการ เช่น การควบคุมไข้และอาการชัก การช่วยหายใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบประสาทหรือระบบหายใจ การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม มีส่วนช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้


วิธีป้องกันไวรัสนิปาห์ ไม่ให้ติดเชื้อ
แม้จะยังไม่มีวัคซีน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเอง ดังนี้
• ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนบริโภค
• หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำตาลปาล์มสดหรือดิบ
• ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวหรือสัตว์ป่วย
• งดกินผลไม้ที่มีร่องรอยสัตว์กัดแทะ


ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีความรุนแรงสูงและอัตราการเสียชีวิตมาก แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่การรู้จักอาการ วิธีการติดต่อ และการป้องกันอย่างถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า ล้างมือให้สะอาด และเลือกบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ การรู้เท่าทันตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกของการป้องกันโรคอันตรายในอนาคต


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไวรัสนิปาห์
Q: ไวรัสนิปาห์พบในประเทศไทยหรือยัง ?
A: ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศไทย


Q: ไวรัสนิปาห์ติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่ ?
A: ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย


Q: มีวัคซีนป้องกันไวรัสนิปาห์หรือไม่ ?
A: ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะ


Q: หากมีอาการต้องทำอย่างไร ?
A: ควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีอาการทางระบบประสาท หรือมีภาวะหายใจลำบาก พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลล่วงหน้าว่าสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมด้านการคัดแยกโรคและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม


 

 


ข้อมูลจาก
อ. นพ.ศุภโชค เกิดลาภ
สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ
โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์


 


ขอบคุณแหล่งที่มา 


https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%8C-nipah-virus