ม.มหิดลผลักดัน‘เทคโนโลยีตรวจสุขภาพอาคาร’หลังเหตุแผ่นดินไหวสู่นโยบายชาติ

www.medi.co.th

แรงสั่นสะเทือน ที่สัมผัสได้จากเหตุแผ่นดินไหว ไม่อาจใช้เป็น เหตุผลหลัก ในการตัดสินใจ ยุติ ใช้อาคาร แต่ควรมี ข้อมูลการประเมินโครงสร้าง ตามมาตรฐานทางวิศวกรรมศาสตร์พิจารณาร่วมด้วย


เทคโนโลยี SHM - Structural Health Monitoring” จึงจำเป็นสำหรับการตรวจประเมินสภาพอาคารหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล โดยภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ นำมาประยุกต์ใช้ในการตรวจวัดการสั่นสะเทือนและการตอบสนองของโครงสร้างอาคารผ่านอุปกรณ์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวสำหรับวิศวกรโครงสร้าง (Seismic Sensor)


รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงกระบวนการทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวสำหรับวิศวกรโครงสร้าง (Seismic Sensor) ที่ทางภาควิชาฯ พัฒนาขึ้น ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการตรวจวัด แรงสั่นสะเทือน จากเหตุแผ่นดินไหว แต่ยังสามารถใช้ขยายผลสู่ การติดตามการตอบสนองของโครงสร้างอาคารทั้งขณะเกิด และหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเพื่อใช้ในการประมวลผลต่อไปได้อีกด้วย


ซึ่งจากการใช้งานที่ผ่านมา ได้มีการประเมินกับอาคารที่มีความแออัดพลุกพล่าน นอกจากอาคารสูง ได้แก่ สถานพยาบาล อาคารที่เป็นศูนย์กลางประชาชน และอาคารขององค์กรที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ และถูกต้องแม่นยำเพื่อการวางแผนดำเนินการอพยพขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว


อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว อาจไม่จำเป็นต้องอพยพ หรือยุติใช้อาคารในขณะที่เกิดเหตุ โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมที่จะต้องนำมาประเมินร่วมกับรายการตรวจสอบตามมาตรฐาน อาทิ องค์ประกอบโครงสร้าง จุดที่ตั้ง ลักษณะของพื้นดินที่ตั้ง ตลอดจนแรงสั่นไหว

เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน นวัตกรรมที่ทีมวิจัยสร้างขึ้น มุ่งพัฒนาเพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดได้จริง ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวสำหรับวิศวกรโครงสร้าง (Seismic Sensor) ที่ไม่เพียงรับ-ส่งข้อมูล ติดตามการตอบสนองของอาคาร ยังสามารถใช้รองรับการตรวจประเมินโครงสร้าง เพื่อให้ได้ผลการตรวจสอบที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น


และเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีส่วนสนับสนุนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบโครงสร้างอาคาร ผ่านกระบวนการพิจารณาของ คณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างมาตรฐาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย


ซึ่งเมื่อได้รับการประกาศเป็น พระราชบัญญัติ จะทำให้การประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารเป็นไปอย่างมีระบบและได้มาตรฐานที่จะมีผลบังคับใช้ได้ต่อไปในอนาคต ภายใต้องค์ความรู้ที่บูรณาการระหว่างวิศวกรรมแผ่นดินไหว เทคโนโลยีตรวจจับ และการประเมินโครงสร้างอาคาร ให้พร้อมตั้งรับเหตุแผ่นดินไหวในอนาคต


มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมมุ่งสู่ “Real World Impact” ที่ท้าทาย เพื่อเปิดโลกงานวิจัยและนวัตกรรม จากห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ด้วยความปลอดภัยภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง


ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ https://.mahidol.ac.th


Cr: ภาพและแบนเนอร์จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208