โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) แนะนำเรื่องต้องรู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา เพื่อรักษาเลนส์ที่ขุ่นเป็นฝ้า หรือเพื่อควบคุมอาการ โรคทางจอตา เช่น เบาหวานขึ้นจอตา ต้อหิน เลสิก ฯลฯ เป็นต้น
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในยุคปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมาก การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานติดต่อกัน รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะ ฝุ่นละออง และแสงแดด ส่งผลให้ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและอัตราการเกิดโรคตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภาวะสายตาผิดปกติ (สั้น ยาว เอียง) โรคตาแห้ง โรคต้อชนิดต่างๆ หรือโรคทางจอตาจากพฤติกรรมและการเสื่อมตามวัย การดูแลสุขภาพดวงตาและการรู้เท่าทันความเสี่ยงจึงเป็น สิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องการมองเห็นให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด

นายแพทย์กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า สาเหตุหลักของปัญหาทางตาและความเสื่อมของดวงตาในปัจจุบันมาจากหลายปัจจัยร่วมกันได้แก่ พฤติกรรมการใช้สายตา การเพ่งมองหน้าจอดิจิทัลนานๆ ทำให้กะพริบตาลดลง ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา และกล้ามเนื้อตาทำงานหนัก ความเสื่อมตามวัย โครงสร้างดวงตาและเลนส์ตาเสื่อมสภาพไป ตามอายุที่เพิ่มขึ้น โรคประจำตัว โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน (เสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตา) ความดันโลหิตสูง และโรคภูมิแพ้ที่มีผลกระทบต่อเยื่อบุตา ปัจจัยภายนอก การสัมผัสรังสี UV จากแสงแดด ฝุ่นควัน มลพิษ หรือการใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะจนเกิดการติดเชื้อและ การอักเสบเรื้อรัง สิ่งที่ควรรู้และการปฏิบัติตัวเมื่อจักษุแพทย์แนะนำให้ยิงเลเซอร์รักษาโรคทางตา การยิงเลเซอร์เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและทำในห้องหัตถการของแผนกผู้ป่วยนอกจักษุ 1.การเตรียมตัวก่อนไปโรงพยาบาล 1) ห้ามขับรถมาเอง ควรมีญาติหรือผู้ติดตามมาด้วย เนื่องจากก่อนทำเลเซอร์ผู้ป่วยจะได้รับการหยอดยาขยายหรือหดม่านตา ซึ่งจะทำให้ตาพร่ามัวและสู้แสงไม่ได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง 2) รับประทานอาหารและยาประจำตัวตามปกติ หากรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ไม่จำเป็นต้องหยุดยา (ยกเว้นแพทย์สั่ง) แต่ควรแจ้งให้จักษุแพทย์และพยาบาลทราบล่วงหน้า รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวอื่น ๆเพื่อเฝ้าระวังภาวะเสี่ยง 3) เตรียมแว่นกันแดดไปด้วย เพื่อใส่กรองแสงหลังยิงเลเซอร์และต้องออกสู่ที่มีแสงจ้า 2.การปฏิบัติตัวขณะเลเซอร์ 1) ท่านจะได้รับการวัดค่าสายตา ความดันลูกตา และหยอดยาขยายหรือหดม่านตา หยอดยาชาก่อนยิงเลเซอร์ 2) ขณะยิงเลเซอร์ ผู้ป่วยนั่งหน้าเครื่องเลเซอร์โดยวางคางบนแท่นและหน้าผากชิดที่กั้น ในท่าที่ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ลืมตาทั้งสองข้างและมองตามตำแหน่งที่จักษุแพทย์แนะนำ ห้ามกลอกตาไปมา เพราะอาจทำให้แสงเลเซอร์โดนจุดรับภาพชัดได้ หากมีอาการผิดปกติ รู้สึกหน้ามืด เวียนศีรษะ อยากไอหรือจาม ให้ส่งสัญญาณบอกจักษุแพทย์ทันที เพื่อพักการยิงเลเซอร์ชั่วคราว 3.การปฏิบัติหลังยิงเลเซอร์ 1) ห้ามขยี้ตาข้างที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 30 นาทีแรกเนื่องจากตายังชาอยู่อาจทำให้กระจกตาถลอกเป็นแผลได้ 2) อาการตามัวจากการหยอดยาขยายหรือหดม่านตา จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง 3) สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอื่นๆได้ตามปกติ 4) อาการผิดปกติที่ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง (ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น) ตาแดงมากขึ้น หรือสายตามัวลงจากเดิมอย่างเฉียบพลัน

