BDMS Wellness Clinic เปิดเกมรุกอินโดนีเซีย ผนึกกำลัง ททท. เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่บทบาทผู้นำ Wellness ระดับโลก ภายใต้แนวคิด Wellness Hub Thailand: The Land of Life

www.medi.co.th

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMSนำโดย         นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ “คุณหมอแอมป์” ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Wellness Hub Thailand: The Land of Life” เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็น “The Land of Life” หรือดินแดนแห่งชีวิตสำหรับผู้คนทั่วโลกท่ามกลางความท้าทายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น หลังข้อมูลชี้ว่าประชากรอินโดนีเซียกว่า 1.3 ล้านคนต่อปี เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อน Wellness Ecosystem และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระดับภูมิภาค โดยมี               นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และนายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงจาการ์ตา พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนของอินโดนีเซียเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีด้านสุขภาพและ           การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระหว่างภูมิภาคและร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก

เศรษฐกิจเติบโต แต่สุขภาพถดถอย: วิกฤต NCDs ในอินโดนีเซียที่ “ความมั่งคั่ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาได้


ประเทศอินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจและ GDP ที่สูงที่สุดในอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ด้วยจุดแข็งจากตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ การขยายตัวของชนชั้นกลาง ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ และบทบาทที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้อินโดนีเซียถูกจับตามองในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Economic Powerhouse) ของเอเชีย


อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความมั่งคั่งและการเติบโตดังกล่าว อินโดนีเซียกลับกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพครั้งสำคัญ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ซึ่งกลายเป็นภาระสำคัญต่อทั้งระบบสาธารณสุขและการพัฒนาประเทศ โดยข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ปี 2025 ระบุว่า ประชากรอินโดนีเซียกว่า 1,378,000 รายต่อปี เสียชีวิตจากโรค NCDs คิดเป็น 52% ของการเสียชีวิตทั้งหมดของประเทศ สะท้อนขนาดของวิกฤตสุขภาพที่กำลังทวีความรุนแรง โดยสาเหตุการเสียชีวิตหลักมาจากโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคตับแข็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และ โรคเบาหวานตามลำดับ


หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรอินโดนีเซียกำลังเผชิญวิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดย ณ ปัจจุบัน ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ซึ่งไม่ได้ส่งผลเพียงต่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของร่างกาย โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ทั้งการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล การขาดกิจกรรมทางกาย ความเครียดสะสม และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนสะท้อนว่า วิกฤต NCDs ไม่ใช่เพียงโจทย์ด้านการรักษา แต่คือโจทย์ของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และตอกย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน

ด้วยวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด “Golden Indonesia 2045” ของประเทศอินโดนีเซียที่ให้ความสำคัญกับ “การดูแลสุขภาพ” ไม่เพียงในมิติของการรักษาโรค แต่รวมถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของประชากร นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เล็งเห็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ร่วมกับ BDMS Wellness Clinic เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ภายใต้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตและศาสตร์แห่ง Scientific Wellness เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตสุขภาพของภูมิภาค


จาก Wellness Ecosystem สู่ The Land of Life: โอกาสใหม่ของประเทศไทยในการเป็นพลังขับเคลื่อน Well-being ของคนทั่วโลก


            ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในแหล่งอุดมสมบูรณ์และมีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยต้นทุนทางธรรมชาติ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่หล่อหลอมรากฐานของการมีสุขภาพดี ซึ่งนับเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ โดยอ้างอิงจากรายงานของ Global Wellness Institute ล่าสุด พบว่าเศรษฐกิจสุขภาพของไทยมีมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับ 24 ของโลก และอยู่ในอันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิก สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและเวลเนสระดับโลก

              นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยไม่ได้สะท้อนเพียงทรัพยากรธรรมชาติหรือความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังรวมถึงจุดแข็งในการสร้างประสบการณ์ด้าน Wellness Ecosystem ให้แก่ผู้คนทั่วโลก ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นทะเลหรือภูเขา พร้อมกับภูมิทัศน์ที่สวยงาม อาหารไทยที่โดดเด่นด้วยวัตถุดิบและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมการบริการแบบไทยที่สะท้อนรอยยิ้ม มิตรไมตรี และความอ่อนน้อมถ่อมตน ตลอดจนภูมิปัญญาด้านสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกัน ไทยยังมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า และบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับความไว้วางใจในระดับสากล  


“แต่การจะก้าวสู่การเป็น The Land of Life นั้น ไม่ใช่เพียงทำให้นักท่องเที่ยวสบายกายเท่านั้น แต่ต้องสบายใจด้วย เพราะ ‘ใจ’ คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่แข็งแรง ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในการเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนและฟื้นฟูจิตใจ ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้าง mental well-being ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ โยคะและการฝึกหายใจท่ามกลางธรรมชาติ การทำสปาและนวดไทยเพื่อผ่อนคลาย การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและรีทรีตเพื่อฟื้นฟูสมดุลชีวิต ตลอดจนวิถีชีวิตแบบไทยที่เปี่ยมด้วยความสงบ อ่อนโยน และความเอื้ออาทร ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเยียวยาทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนสมบัติอันล้ำค่าของประเทศที่ช่วยร้อยเรียงประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยกลายมาเป็น ดินแดนแห่งชีวิต หรือ The Land of Life ได้อย่างสมบูรณ์” นายแพทย์ตนุพล กล่าวปิดท้าย


ทั้งนี้ BDMS Wellness Clinic จะยังคงมุ่งมั่นต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมผนึกความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อน Wellness Ecosystem เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพและสุขภาวะอย่างยั่งยืนแก่ผู้คน ควบคู่กับการผลักดัน Soft Power ด้านสุขภาพของไทยสู่เวทีโลก และร่วมวางบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางสุขภาวะแห่งอนาคตของภูมิภาคและของโลก