สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดตัว “ส้มตำซินไบโอติก SS NCI” นวัตกรรมอาหารไทย ดูแลสุขภาพลำไส้ ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดตัวเมนูต้นแบบเพื่อสุขภาพ “ส้มตำซินไบโอติก เอสเอสเอ็นซีไอ (Somtum Synbiotic: SS NCI)” เพื่อนำเสนอแนวคิดการดูแลสุขภาพลำไส้ผ่านอาหารไทยใกล้ตัว สร้างความตระหนักช่วงเดือนรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง


นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เดือนมีนาคมของทุกปีถือเป็น เดือนรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (Colorectal Cancer Awareness Month) ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกใช้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างความตระหนักเรื่องการป้องกันโรค การปรับพฤติกรรมการบริโภค และการตรวจคัดกรองในระยะเริ่มต้น ซึ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยของโลก โดยมีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 1.9 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 900,000 รายต่อปี ขณะที่ประเทศไทยพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม โรคดังกล่าวสามารถป้องกันและตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เนื่องจากมักเริ่มจากติ่งเนื้อในลำไส้ (Polyp) ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 7-10 ปี ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง


ทั้งนี้ ลำไส้มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย เนื่องจากภายในลำไส้มีจุลินทรีย์จำนวนมากที่มีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญพลังงาน และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร แนวคิดสำคัญที่ทีมโภชนาการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ต้องการสื่อสารผ่านเมนูต้นแบบนี้ คือ “ลำไส้…จำทุกคำที่คุณกิน” เพราะสุขภาพลำไส้ไม่ได้เกิดจากอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่สะสมในระยะยาว จึงได้คิดค้นเมนู “ส้มตำซินไบโอติก เอสเอสเอ็นซีไอ (Somtum Synbiotic: SS NCI)” ได้รับการพัฒนาตามแนวคิดโภชนาการแบบ Synbiotic ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของ Prebiotic หรือใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และ Probiotic หรือจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร เพื่อสนับสนุนสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้


เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มว่า จุดเด่นของเมนู“ส้มตำซินไบโอติก เอสเอสเอ็นซีไอ (Somtum Synbiotic: SS NCI)” คือ การนำผักดองแบบไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอาหารหมักพื้นบ้าน มาเป็นส่วนประกอบในส้มตำ ซึ่งเป็นแหล่งของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น Lactobacillus เมื่อรับประทานร่วมกับวัตถุดิบจากพืช เช่น มะละกอดิบ ถั่วลิสง และผักสดหลากชนิด ซึ่งเป็นแหล่งของใยอาหาร จึงเกิดการทำงานร่วมกันของพรีไบโอติกและโพรไบโอติกในจานอาหารเดียว โดยคุณณัฐฐศรัณฐ์ วงศ์เตชะ นักโภชนาการชำนาญการ หัวหน้างานโภชนบริการและการกำหนดอาหาร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ให้คำแนะนำด้านโภชนาการระบุว่าประชาชนควรรับประทานผักและผลไม้รวมกันอย่างน้อยวันละ 400 กรัม หรือประมาณ 4-5 ส่วนบริโภค และควรได้รับ ใยอาหารประมาณวันละ 25-30 กรัม อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการสำรวจโภชนาการของประเทศไทยพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ได้รับใยอาหารเฉลี่ยเพียงประมาณ 10-15 กรัมต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าคำแนะนำเกือบครึ่งหนึ่ง


สำหรับใยอาหารมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และช่วยลดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร เมนู Somtum Synbiotic: SS NCI จึงต้องการสื่อสารว่า อาหารไทยใกล้ตัวสามารถนำมาประยุกต์กับองค์ความรู้ทางโภชนาการสมัยใหม่ เพื่อช่วยส่งเสริมสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ และลดความเสี่ยงของโรค โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง


เมนูดังกล่าวไม่เพียงเป็นต้นแบบอาหารสุขภาพ แต่ยังสะท้อนแนวคิดการนำอาหารไทยพื้นบ้านมาผสมผสานกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านสุขภาพที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะสุขภาพลำไส้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการกินที่สะสมในทุกวัน


18 มีนาคม 2569