หลายท่านคงเคยผ่านประสบการณ์โรคลำไส้แปรปรวนมาก่อน แต่อาจจะไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคนี้โดยปกติอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการย่อยจะทำงานร่วมกันกับสมอง ผ่านการทำงานของฮอร์โมน แต่เมื่อระบบในร่างกายทำงานไม่สัมพันธ์กัน ลำไส้ก็อาจเกิดบีบตัวหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ จะส่งผลทำให้เกิดการปวดในทางเดินอาหาร ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะแสดงอาการปวดท้องส่วนล่าง
โดยอาการหลักๆ ที่พบบ่อยนอกจากนี้ คือ จุกเสียด อ่อนเพลีย ไปจนถึงอาการกระวนกระวาย หรือซึมเศร้าได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ มักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
การรักษาอาการปวดท้องจากลำไส้แปรปรวนแบบไม่ใช้ยานั้น ทำได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อลำไส้ เลี่ยงอาหารประเภทแป้งหรือผลไม้ที่ย่อยยาก เพราะอาจทำให้เกิดการดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ แล้วเกิดอาการท้องเสีย อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่ออาการปวดท้อง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัว ถั่วแดง ถั่วเขียว ขนมปัง แอปเปิ้ล แตงโม เป็นต้น
ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ แนะนำให้รับประทาน “ขมิ้นชัน” สำหรับรักษาโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร ซึ่งมีงานวิจัยที่อธิบายถึงกลไกว่าช่วยลดความผิดปกติของการบีบตัวในลำไส้ รวมทั้ง มีการวิจัยที่บ่งชี้ว่าขมิ้นชันนั้น ช่วยโรคลำไส้แปรปรวน ผ่านระบบการปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง และสารที่ควบคุมการทำงานของลำไส้ ซึ่งน่าจะส่งผลให้ลดอาการปวดจากลำไส้แปรปรวนได้
ในปี 2004 มีการวิจัยในคนที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนจำนวน 500 ราย โดยให้รับประทานสารสกัดขมิ้นชัน 1-2 เม็ดเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ซึ่งรายงานไว้ว่า สามารถลดอาการปวดท้องและไม่สบายท้องได้ อีกทั้ง ยังเพิ่มคุณภาพชีวิตของอาสาสมัครในการศึกษาครั้งนี้
การรับประทานขมิ้นชันนั้น อาจไม่ต้องใช้เป็นยาเสมอไป สามารถใช้ขมิ้นชันปรุงเป็นส่วนผสมของอาหารได้ เป็นหนึ่งในเครื่องปรุงที่แนะนำที่คนเป็นโรคลำไส้แปรปรวนควรรับประทาน แต่ว่าบางคนอาจไม่สะดวก เนื่องจากรสชาติหรือกลิ่นเฉพาะตัวของขมิ้นชัน ก็ปรับมารับประทานแบบแคปซูลก็จะสะดวกและกลบกลิ่นได้ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน เพื่อทำให้มั่นใจว่าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย
ขนาดรับประทานของขมิ้นชันสำหรับรักษาโรคลำไส้แปรปรวน ตามงานวิจัย จะให้รับประทานสารสกัดขมิ้นชัน วันละ 72-144 มิลลิกรัม แต่หากมีอาการแน่น จุกเสียด สามารถรับประทานผงขมิ้นชันครั้งละ 800 มิลลิกรัม (2 แคปซูล) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
ผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน - แพ้ขมิ้นชัน ไม่ควรรับประทาน
ขอบคุณข้อมูลจาก เพจอภัยภูเบศร สมุนไพรไทย
