คณะนักวิจัยฯ ได้เคยเผยแพร่ผลการใช้สารสกัดมังคุดเสริมฤทธิ์ ของผู้ติดเชื้อ จำนวน 100 รายว่าได้หายจากการติดเชื้อแล้ว ในเดือนพฤศจิกายน 25681 ปัจจุบันนี้มีผู้ที่รายงานว่าหายจากการติดเชื้อเพิ่มเติมเป็น 140 รายแล้ว โดยคณะนักวิจัยได้มีการติดตามผลของผู้ที่รายงานว่าหายจากการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องและพบว่า ไม่มีรายใดเลยที่แจ้งว่ามีอาการของโรคกลับมาใหม่ โดยรายแรก ปลอดเชื้อ HIV ต่อเนื่องเป็นเวลาเกินกว่า 11 ปีแล้วอย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยได้ติดตามผุ้ติดเชื้อ HIV ที่หายแล้ว 3 รายที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีความประสงค์จะหายจากโรคและพบว่า ทั้ง 3 รายยังมีสุขภาพที่ดี แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง
รายที่ 1 คุณดิน — ไม่เคยใช้ยาต้านไวรัส HIV มาก่อน
คุณดินได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV ในปี 2562 โดยในเดือนมกราคม 2563 มีปริมาณไวรัสสูงถึง 2,532,199 copies/mL และค่า CD4 เหลือเพียง 4 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
หลังเริ่มใช้ สารสกัดมังคุดเสริมฤทธิ์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คณะผู้วิจัยรายงานว่าผลตรวจไม่พบไวรัสภายใน 7 เดือน และเมื่อครบ 11 เดือน ค่า CD4 เพิ่มขึ้นเป็น 522 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
คุณดินหยุดใช้สารสกัดในเดือนสิงหาคม 2567 และผลตรวจล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งห่างจากการหยุดใช้สารสกัดประมาณ 24 เดือน ยังคงตรวจไม่พบไวรัส HIV ในเลือด ขณะที่ค่า CD4 เพิ่มขึ้นเป็น 792 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และมีสัดส่วน CD4 เท่ากับ 31.39%
กรณีนี้มีความโดดเด่นเนื่องจากเป็นอาสาสมัครที่คณะนักวิจัยระบุว่า มีเชื้อไวรัสจำนวนมากและ ไม่เคยใช้ยาต้านไวรัสมาก่อน
รายที่ 2 คุณวิว — หยุดยาต้านไวรัสแล้ว 44 เดือน
คุณวิวมีประวัติติดเชื้อ HIV ตั้งแต่ปี 2559 เคยมีค่า CD4 ต่ำถึง 72 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และเคยประสบปัญหาการติดเชื้อฉวยโอกาส
ภายหลังใช้สารสกัดมังคุดเสริมฤทธิ์ คณะผู้วิจัยรายงานว่าค่า CD4 เพิ่มขึ้นและผลตรวจไม่พบไวรัส ต่อมาคุณวิวได้ทยอยลดและหยุดใช้ยาต้านไวรัส
ผลตรวจเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 44 เดือนหลังหยุดยาต้านไวรัส และ 23 เดือนหลังหยุดใช้สารสกัด พบว่ายังคงตรวจไม่พบไวรัส HIV ในเลือด โดยมีค่า CD4 เท่ากับ 636 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และสัดส่วน CD4 เท่ากับ 36.26%
รายที่ 3 คุณเอ — ผู้มีประวัติติดเชื้อ HIV ยาวนาน 28 ปี
คุณเอมีประวัติติดเชื้อ HIV มานานถึง 28 ปี เคยมีค่า CD4 ต่ำเพียง 16 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และมีประวัติภาวะแทรกซ้อนรุนแรง รวมถึงโรคมะเร็งที่สมอง
หลังใช้สารสกัด คณะผู้วิจัยรายงานว่าสุขภาพโดยรวมและความสามารถในการเคลื่อนไหวดีขึ้น ก่อนที่คุณเอจะทยอยลดและหยุดยาต้านไวรัสในปี 2565
ผลตรวจล่าสุดวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 44 เดือนหลังหยุดยาต้านไวรัส และ 23 เดือนหลังหยุดใช้สารสกัด พบว่ายังคงตรวจไม่พบไวรัส HIV ในเลือด มีค่า CD4 เท่ากับ 579 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และสัดส่วน CD4 เท่ากับ 34.64% และไม่พบเซลล์มะเร็งที่สมองและในทุกๆ แห่งของร่างกายอีกเลย
อาสาสมัครทั้ง 3 รายยังได้เปิดเผยตัวตนและร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเองต่อสาธารณะ โดยปัจจุบันมีบทบาทในการให้คำปรึกษาและกำลังใจแก่ผู้ที่ติดเชื้อ HIV
.png)
เบื้องหลังนวัตกรรม: กระตุ้นสเต็มเซลล์และเสริมภูมิคุ้มกัน
Fortified Mangosteen Extract เป็นสูตรสารสกัดจากมังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก
คณะนักวิจัยฯ รายงานว่าการทำงานของสารสกัดเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด Hematopoietic Stem Cells (HSCs) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์เม็ดเลือดและภูมิคุ้มกัน Killer T Cell ซึ่งกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV และเซลล์มะเร็งอย่างมุ่งเป้า และกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดเนื้อเยื่อ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้หมดและซ่อมสร้างเนื้อเยื่อที่เสื่อมโทรมในอวัยวะทุกส่วนของร่างกายจนมีคุณภาพเหมือนคนปกติทั่วไป
ผลการติดตามผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้รับการรายงานเผยแพร่ในวารสารนานาชาติ Clinical Immunology & Research เปิดโอกาสให้วงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลกศึกษาและตรวจสอบว่า นวัตกรรม มังคุดเสริมฤทธิ์ ทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ไร้ HIV ได้จริง
________________________________________
อ้างอิงงานวิจัย:
1. Wiriyachitra P, Wiriyachitra S, Wonghiranyingyot S, et al. (2025). World’s First 100 Cases of HIV Cure with Stem Cells Stimulated by Fortified Mangosteen Extract. Clin Immunol Res. 2025; 9(2): 1-39. Published November 17, 2025.
2. Wiriyachitra P, Wonghiranyingyot S, Sreesangkom S, et al. (2026). Confirmation of HIV Cure with Stem Cell Stimulation by Fortified Mangosteen Extract: Long-Term Follow-Up of Three of 100 Previously Reported Cases. Clin Immunol Res. 2026; 10(1): 1–7. Published October 10, 2026.
