สปสช. ชี้แจงเหตุชะลอโอนค่าบริการทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลสังกัด สป.สธ. หลังจัดสรรเงินล่วงหน้าเสริมสภาพคล่องในปี 2569 กว่า 4,299 ล้านบาท และชะลอการหักคืนตามข้อตกลงร่วมกับ สธ. เผยอยู่ระหว่างหารือแนวทางชำระบัญชี เพื่อเร่งโอนเงินค่าบริการที่รอจ่ายกว่า 2,812 ล้านบาท โดยไม่กระทบสภาพคล่องหน่วยบริการ พร้อมเร่งจ่ายเงินส่วนต่างให้โรงพยาบาลที่มียอดคงเหลือรับสุทธิ
นายธวัชชัย เรืองโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีเพจสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เผยแพร่ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับหนังสือแจ้งชะลอการโอนเงินค่าบริการทางการแพทย์ของ สปสช. ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งระบุเหตุผลการชะลอโอนเงินในช่อง “อื่นๆ” โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ว่า สปสช. ขออภัยต่อความไม่ชัดเจนของหนังสือแจ้งดังกล่าว และขอชี้แจงว่า การชะลอโอนเงินครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชีเงินที่ สปสช. ได้จัดสรรล่วงหน้าให้แก่หน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน
นายธวัชชัย กล่าวว่า ในต้นปีงบประมาณ 2569 สปสช. ได้จัดสรรเงินค่าบริการล่วงหน้าให้หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. รวมทั้งสิ้น 4,299,215,259 บาท เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินการจัดบริการแก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างปีงบประมาณ กระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ สปสช. ชะลอการหักคืนเงินที่จัดสรรล่วงหน้าดังกล่าว เพื่อรักษาสภาพคล่องของหน่วยบริการ
ต่อมาเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 สปสช. มีรายการค่าบริการที่อยู่ระหว่างรอโอนให้แก่หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. รวม 2,812,205,064 บาท ประกอบด้วย ค่าบริการเฉพาะโรค (Central Reimbursement) ค่าบริการไตวายเรื้อรัง และค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่จ่ายตามรายการบริการ (PP Fee Schedule) ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบและชำระบัญชีร่วมกับเงินที่ได้จัดสรรล่วงหน้าไปแล้ว
ขณะนี้ สปสช. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดแนวทางหักคืนเงินจัดสรรล่วงหน้าให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพคล่องของหน่วยบริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ สำหรับหน่วยบริการที่ตรวจสอบแล้วพบว่า มียอดค่าบริการที่พึงได้รับมากกว่ายอดเงินจัดสรรล่วงหน้าที่ต้องหักคืน สปสช. จะเร่งดำเนินการโอนเงินส่วนต่างให้ โดยไม่ต้องรอให้กระบวนการชำระบัญชีทั้งหมดแล้วเสร็จ
นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการโอนเงินค่าบริการในปีงบประมาณ 2570 นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราการจ่ายค่าบริการ (Base Rate) กรอบวงเงินหรือโควตา และรูปแบบการจ่ายเงิน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อให้สามารถดำเนินการโอนเงินค่าบริการให้แก่หน่วยบริการได้ตามแนวทางที่กำหนดต่อไป
“สปสช. ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพคล่องทางการเงินของโรงพยาบาล ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง การชะลอโอนเงินดังกล่าวเป็นกระบวนการชำระบัญชีเงินที่ได้จัดสรรล่วงหน้าไปแล้ว ไม่ใช่การตัดลดค่าบริการของหน่วยบริการ โดย สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขกำลังร่วมกันหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง และลดผลกระทบต่อสภาพคล่องของหน่วยบริการให้มากที่สุด” นายธวัชชัย กล่าว
