รับวันสุขภาพจิตโลก 2569 มจร. ขับเคลื่อน “นวัตกรรมการฟัง” บ่มเพาะเมตตากรุณา เยียวยาใจคนไร้บ้าน

www.medi.co.th

 


เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก 10 ตุลาคม 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดแนวคิด “Lived experiences heard: real voices, real change” หรือ “รับฟังประสบการณ์จริง เสียงที่แท้จริงสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้” สะท้อนว่าทุกคนควรมีพื้นที่ปลอดภัยให้ได้พูด ได้รับฟัง และได้รับความเข้าใจ


แนวคิดนี้สอดคล้องกับ “โครงการกระบวนการบ่มเพาะความรักด้วยเมตตากรุณา” ของหลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วังน้อย ที่พบว่าปัญหาสุขภาพจิตและความขัดแย้งส่วนหนึ่งมาจากการขาดพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร โดยเฉพาะกลุ่มคนไร้บ้านที่ต้องการทั้งที่อยู่อาศัยและ “คนรับฟัง” เพื่อฟื้นคุณค่าในตนเอง คณะทำงานจึงร่วมกับศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดปทุมธานี “บ้านพูนสุข” ผสานแนวคิดพุทธเถรวาทกับกระบวนการทางสังคมวิทยา เพื่อให้คนไร้บ้านสื่อสารความรู้สึกอย่างมีศักดิ์ศรี

นายภคบุตร ชาญสุวิทยานันท์ หัวหน้าโครงการวิจัย และนิสิตระดับปริญญาเอก หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มจร. เปิดเผยว่า ความเปราะบางทางจิตใจของคนไร้บ้านมักทับซ้อนกับความเครียดสะสมและความขัดแย้งจากการสื่อสาร ทีมที่ปรึกษาซึ่งมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทรงศิริ พุทธงชัย และนักศึกษาจากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงออกแบบกิจกรรมรายสัปดาห์เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่เตรียมความพร้อมกายและใจ ฝึกฟัง ไปจนถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อม โดยติดตามผู้เข้าร่วม [จำนวน 15 คน] ตลอด 2 เดือน (ก.ย. – ต.ค. 2569)


3 เครื่องมือสำคัญ: กลับมาอยู่กับปัจจุบัน รับฟัง และส่งต่อความปรารถนาดี


1. “ฟังอย่างตั้งใจ 2 นาที” (Active Listening) ประยุกต์จากแนวคิดของคาร์ล โรเจอร์ส (Carl Rogers) และริชาร์ด เอวานส์ ฟาร์สัน (Richard Evans Farson) ให้จับคู่สบตากัน คนหนึ่งเล่าจากความรู้สึกจริง อีกคนตั้งใจฟังโดยไม่พูดแทรก ไม่รีบแนะนำ และไม่ตัดสิน ครบสองนาทีจึงสลับบทบาท ช่วยลดความอึดอัดในการเริ่มพูดคุย


2. “ฟังธรรมชาติ เพื่อสื่อความในใจ” ให้ผู้เข้าร่วมฟังเสียงไก่ขัน นกร้อง กบร้อง ฝนตก และลมพัดกระดิ่ง ก่อนเล่าว่าเสียงเหล่านั้นทำให้นึกถึงอะไร โดยไม่มีคำตอบถูกหรือผิด


3. “บ่มเพาะและเผื่อแผ่ความรักด้วยเมตตากรุณา” เริ่มจากยืดเหยียดเบา ๆ รับรู้ลมหายใจร่วมกับการดึงความทรงจำเชิงบวก เมื่อบูรณาการร่วมกับกระบวนการระลึกถึงอดีตแสนสุข โดยจงใจดึงภาพความทรงจำในอดีต นึกถึงบุคคลอันเป็นที่รัก เคารพ ผูกพัน และประสบการณ์เชิงบวกขึ้นมา และกล่าวถึงบุคคลอันเป็นที่รักให้อยู่อย่างปลอดภัย มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และอยู่อย่างไม่ลำบาก (Sharon Salzberg Lovingkindness: The Revolutionary Art of Happiness, 1995)  ควบคู่กับการฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้า (Body Scan)


 

จากการเยียวยาภายในสู่การเป็น “เจ้าของร่วม” ของชุมชน


นายภคบุตรอธิบายว่า กิจกรรมเริ่มจากสร้างความไว้วางใจ โดยไม่กำหนดล่วงหน้าว่าผู้เข้าร่วมต้องรู้สึกอย่างไร ควบคู่กับการพาไปชมงานศิลปะที่ MOCA Bangkok และร่วมซ่อมแซมอาคาร เพื่อขยับบทบาทจาก “ผู้อาศัย” สู่ “เจ้าของร่วม” ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อพื้นที่ส่วนรวม ทีมวิจัยสังเกตว่าผู้เข้าร่วมเปิดใจฟังกันโดยไม่รีบตัดสิน ลดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ กิจกรรมเป็นกระบวนการส่งเสริมสุขภาวะทางใจและความสัมพันธ์ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคหรือทดแทนการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น  


การบ่มเพาะความรักในศูนย์คนไร้บ้านช่วยยกระดับสังคมและสาธารณสุขได้อย่างไร?


ประการแรก ลดความตึงเครียดในชุมชน เมื่อสมาชิกฟังกันและเมตตาต่อกัน ความขัดแย้งในศูนย์ฯ มีแนวโน้มลดลง


ประการที่สอง แบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขและจิตเวช เครื่องมือดูแลใจตนเองช่วยเสริมความเข้มแข็งทางใจ ซึ่งอาจลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและการกลับไปอยู่พื้นที่สาธารณะซ้ำ


และประการที่สาม สร้างทุนมนุษย์คืนสู่สังคม เมื่อกลับมารักและเคารพตนเอง ผู้เข้าร่วมก็พร้อมฝึกอาชีพ พึ่งพาตนเอง และส่งต่อพลังบวกสู่สังคม      


นายภคบุตร กล่าวปิดท้ายว่า “ในวาระวันสุขภาพจิตโลก 10 ตุลาคม 2569 โครงการกระบวนการบ่มเพาะความรักด้วยเมตตากรุณา จึงขอเชิญชวนประชาชน องค์กรภาครัฐ และภาคธุรกิจ ร่วมกันเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ง่าย ๆ ด้วยการเปิดพื้นที่ปลอดภัยในการรับฟังเสียงของคนใกล้ตัวโดยไม่ตัดสิน เพราะการรับฟังด้วยหัวใจที่มีเมตตา คือก้าวแรกของการเยียวยาระบบสุขภาพจิตของสังคมไทยอย่างแท้จริง”  


โครงการได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) บริษัท สมุนไพรปัญจศรี จำกัด ผลิตภัณฑ์สบู่เก้าสมุนไพร และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (สลัม4ภาค)  


เกี่ยวกับโครงการวิจัยกระบวนการบ่มเพาะความรักด้วยเมตตากรุณา


งานวิจัยเชิงปฏิบัติการภายใต้หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มจร. อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางสังคมที่ผสานหลักพุทธธรรมเถรวาทกับสังคมวิทยาและจิตวิทยาการสื่อสาร ฟื้นฟูสุขภาวะทางใจและลดความขัดแย้งในกลุ่มเปราะบาง