เทศกาลกินเจเป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค กรมอนามัยจึงแนะประชาชนเตรียมร่างกายก่อนกินเจ 2–3 วัน พร้อมแนะหลัก “5 ล.” ได้แก่ เลือกวัตถุดิบ ล้างผักผลไม้ ล้างมือ เลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และลดหวาน มัน เค็ม เพื่อให้กินเจอย่างสะอาด ปลอดภัย ได้สารอาหารครบถ้วน และลดเสี่ยงโรค NCDs
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569 เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเลือกบริโภคอาหารเจ โดยกรมอนามัยขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมก่อนเข้าสู่เทศกาลประมาณ 2–3 วัน ด้วยการเพิ่มผักในมื้ออาหาร ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว รวมถึงให้ความสำคัญกับสุขอนามัยในการปรุงประกอบอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้การกินเจเป็นช่วงเวลาของการดูแลสุขภาพ ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDsซึ่งอาหารเจที่จำหน่ายทั่วไปมักปรุงประกอบในปริมาณมาก และบางเมนูอาจมีแป้ง ไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง หากบริโภคต่อเนื่องโดยไม่เลือก อาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่สมดุลและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs กรมอนามัยจึงแนะนำหลัก 5 ล. เพื่อให้ประชาชนกินเจอย่างสะอาด ปลอดภัย และได้คุณค่าทางโภชนาการ
นายแพทย์ธิติ กล่าวต่อไป กรมอนามัยจึงแนะนำหลัก 5 ล. เพื่อสุขภาพที่ดี ดังนี้ 1) ล : เลือกวัตถุดิบ เลือกวัตถุดิบที่สะอาด สดใหม่ และปลอดภัย รวมถึงเลือกซื้ออาหารจากร้านที่ผ่านมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” (SAN) และ SAN Plus เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความสะอาดและความปลอดภัยของอาหารตั้งแต่ต้นทาง 2) ล : ล้างผัก ผลไม้ ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนนำมาปรุงหรือรับประทาน โดยสามารถเลือกใช้วิธีล้างด้วยน้ำไหล ช่วยลดสารพิษตกค้างได้ ร้อยละ 25-65 ล้างด้วยผงฟูหรือเบกกิ้งโซดา ลดสารพิษได้สูงถึงร้อยละ 90-95 หรือล้างด้วยน้ำส้มสายชู ลดสารพิษได้ ร้อยละ 60-84 พร้อมกำจัดไข่พยาธิไปในตัว เพื่อลดสารพิษตกค้างและสิ่งปนเปื้อน 3) ล : ล้างมือ ผู้ปรุง ผู้เสิร์ฟ และผู้บริโภคควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ พร้อมใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารแทนมือเปล่า ปรุงอาหารให้สุกใหม่ และปกปิดอาหารให้มิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและแมลงนำโรค ทั้งนี้ วันที่ 15 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันล้างมือโลก จึงขอเชิญชวนทุกคนสร้างสุขนิสัยการล้างมือให้เป็นกิจวัตร
“4) ล : เลี่ยง เลี่ยงอาหารเจที่มีแป้งและไขมันสูง รวมถึงอาหารทอดและอาหารแปรรูป โดยเลือกแหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง โปรตีนเกษตร เต้าหู้ และเลือกผักใบเขียวเข้มซึ่งเป็นแหล่งธาตุเหล็ก พร้อมกินผักและผลไม้ให้หลากหลายสี เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่างครบถ้วน และ 5) ล : ลด ลดหวาน มัน เค็ม และเลือกเมนูที่ผ่านการปรุงด้วยวิธีนึ่ง ยำ ต้ม ตุ๋น หรืออบ แทนเมนูทอดหรือผัดที่ใช้น้ำมันมาก พร้อมรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล และลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนพกพาสุขนิสัยที่ดีจากเทศกาลกินเจไปใช้ตลอดทั้งปี ทั้งการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุกใหม่ กินร้อน ใช้อุปกรณ์กลาง และล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เทศกาลกินเจปีนี้ได้ทั้งความสุข ความอิ่มใจ และสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรค NCDs อย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
