สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมจัดงาน “ThaiFDA International Health, Wellness and Longevity Innovation Forum 2026” หรือ “ThaiFDA WELLNEXT 2026” ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ภายใต้แนวคิด “From Thai Innovation to Global Trust” มุ่งสร้างเวทีระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรม Beauty, Wellness and Longevity ของไทยสู่ตลาดโลก
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ThaiFDA WELLNEXT 2026 จะรวบรวมผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนในระบบนิเวศผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้ประกอบการ ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล
ภายในงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ โดยส่วนแรกเป็นพื้นที่กิจกรรมและเวทีองค์ความรู้ ครอบคลุม 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการ “From Thai Innovation to Global Trust” นำเสนอทิศทางและแนวโน้มด้านสุขภาพแห่งอนาคต พร้อมถ่ายทอดเส้นทางการพัฒนานวัตกรรมไทยตั้งแต่แนวคิดและงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในการส่งเสริม กำกับดูแล และสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพ
โซนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย Experience Lab และ Workshop พื้นที่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง, Mini Stage เวทีย่อยนำเสนอแนวโน้มด้าน Health, Wellness และ Longevity ตลอดจน FDA Consultation Clinic ซึ่งเปิดให้ผู้ประกอบการรับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและหน่วยงานพันธมิตร
พื้นที่ดังกล่าวยังมีกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับ Venture Capital นักลงทุน และผู้จัดจำหน่าย ผ่านการเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัว เพื่อเปิดโอกาสในการลงทุน การขยายตลาด และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ “WELLNEXT Pitching Challenge” เวทีนำเสนอแนวคิดและศักยภาพของผลิตภัณฑ์สุขภาพ แบ่งเป็น 2 หัวข้อ ได้แก่ “WELLNEXT Market Pitching: Build the Next Health Product Business” ต่อยอดผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ธุรกิจแห่งอนาคต และ “WELLNEXT Future Pitching: Imagine the Next Health Product” ออกแบบอนาคตผ่านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
โซนที่ 3 International Symposium – Knowledge & Thought Leadership เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การนำไปประยุกต์ใช้จริง
โซนที่ 4 เวทีกลาง “WELLNEXT Stage” เวทีหลักสำหรับสื่อสารทิศทางนโยบาย แนวโน้ม และประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพ ผ่านกิจกรรม Keynote, Special Talk และ Panel Discussion รวมถึงการเสวนาด้านนโยบายและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ การแนะนำและสาธิตนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรม WELLNEXT Pitching Challenge
ส่วนที่ 2 คือพื้นที่บูธแสดงศักยภาพและเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะรวบรวมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ เทคโนโลยี บริการ และนวัตกรรมด้าน Beauty, Wellness and Longevity จากผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเผยแพร่ศักยภาพของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมไทย พร้อมส่งเสริมการสร้างเครือข่าย การเจรจาธุรกิจ และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ กล่าวว่า กระแสสุขภาพโลกกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การดูแลเชิงป้องกันแบบองค์รวมและบูรณาการ หรือ Wellness ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเสนอแนวคิด “สุขสถาพร” และ “Golden Zone” ที่มองการมีชีวิตที่ดีผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การมีอายุยืน (Longevity) การมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ (Healthiness) และการมีความสุข (Happiness)
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness ของโลก ต้องดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ระดับนโยบาย ชุมชน พฤติกรรมของประชาชน ไปจนถึงวิทยาศาสตร์และการแพทย์ พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยและนวัตกรรม “จากบนหิ้งสู่บนห้าง” รวมถึงเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้ากับภาคบริการ เพื่อสร้างมาตรฐาน ความเชื่อมั่น และมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรม Wellness ของไทยในตลาดโลก
ด้านนายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ยาสีฟัน เครื่องสำอาง อาหาร อาหารเสริม และยา ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี AI ดังนั้น บทบาทของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงไม่ได้มีเพียงการกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ประชาชน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
งาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จึงได้รับการพัฒนาให้เป็น “แพลตฟอร์มในโลกจริง” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือร่วมกัน โดยนำทรัพยากรและภูมิปัญญาของไทยมาผสานกับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม พร้อมเชื่อมโยงกับบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล นวด และสปา อันจะช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสุขภาพของไทยเติบโตในประเทศและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง
งาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 พร้อมเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมองค์ความรู้ นวัตกรรม มาตรฐาน และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทย และผลักดันนวัตกรรมไทยให้ก้าวจากศักยภาพภายในประเทศไปสู่ความเชื่อมั่นและการยอมรับในระดับสากล ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน
