องค์การเภสัชกรรม ถนนพระรามที่ 6 พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 60 ปีองค์การเภสัชกรรม โดยในช่วงเช้ามีพิธีสักการะอนุสาวรีย์ ดร.ตั้ว ลพานุกรม ผู้ก่อตั้ง พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้ปฏิบัติงาน จากนั้นในช่วงบ่าย ได้มีพิธีเปิดโรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 อย่างเป็นทางการ ณ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
ศักยภาพเครือข่ายโรงงานผลิตยาขององค์การเภสัชกรรม
ตลอด 60 ปีแห่งการดำเนินงานขององค์การเภสัชกรรมได้ผลิตยาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล เป็นความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศ โดยปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมมีเครือข่ายโรงงานผลิตยาและชีววัตถุที่สำคัญ ได้แก่: 1. โรงงานผลิตยา ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร: ฐานการผลิตยาหลักดั้งเดิมขององค์การเภสัชกรรม 2. โรงงานผลิตยารังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี: ศูนย์กลางการผลิตยาแห่งใหม่ที่ขยายศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง รองรับกำลังการผลิตขนาดใหญ่ 3. โรงงานผลิต (วัคซีน) ชีววัตถุ ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี: โรงงานที่มุ่งเน้นรองรับการผลิตวัคซีนและชีววัตถุเพื่อการป้องกันโรค
ภารกิจหลักของเครือข่ายโรงงานเหล่านี้ มุ่งเน้นการผลิตยาชื่อสามัญทั่วไป (Generic Drugs) ที่สามารถใช้รักษาได้หลายๆโรค เพื่อตอบสนองต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรคเรื้อรัง หรือโรคติดต่อทั่วไป ทำให้องค์การเภสัชกรรมเป็นเสาหลักในการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกระดับ

เจาะลึกศักยภาพโรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2
พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า โรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 จัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล GMP-PIC/S และเพื่อรองรับการถ่ายโอนกำลังการผลิตจากโรงงานพระราม 6 โดยจุดเด่นสำคัญของโรงงานแห่งนี้ คือ การนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) มาใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าเมื่อเทียบกับโรงงานอื่นในระดับอาเซียน โดยประกอบด้วยอาคารหลัก 4 อาคาร คือ อาคารผลิตยาเม็ด: มีกำลังการผลิต 3,000 - 6,000 ล้านเม็ดต่อปี ผลิตยาเม็ด 63 รายการ ครอบคลุมยาต้านไวรัสเอดส์ ยาโรคเรื้อรัง และยากำพร้า/ยาช่วยชีวิต อาคารผลิตยาน้ำรับประทาน: มีกำลังการผลิต 4 ล้านลิตรต่อปี ผลิตยาน้ำ 23 รายการ เช่น ยาระบบทางเดินอาหาร ยาระบบทางเดินหายใจ และยาต้านไวรัส HIV สำหรับเด็ก อาคารผลิตยาปราศจากเชื้อและยาใช้ภายนอก : ผลิตยา ปราศจากเชื้อ 25 ล้านหน่วยต่อปี และยาใช้ภายนอกรวมถึงครีม/ขี้ผึ้งและยาน้ำ โดยเตรียมเพิ่มสายการผลิตยาพ่นจมูก (Nasal spray) ในอนาคต และอาคารคลังสำรองวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์): ใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS จัดเก็บวัตถุดิบได้ 3,000 พาเลท และบรรจุภัณฑ์ 5,000 พาเลท ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเบิกจ่ายได้ไม่น้อยกว่า 99%

นอกจากมิติของการผลิตแล้ว โรงงานผลิตยารังสิต ระยะที่ 2 ยังเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมด้านเภสัชกรรม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
"การก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ขององค์การเภสัชกรรม เป็นการยกระดับศักยภาพการผลิต และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยาไทยสู่ระดับสากล และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศ ช่วยให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและมีราคาที่เป็นธรรมได้อย่างทั่วถึง โดยเรามุ่งมั่นที่จะเป็น องค์กรหลักเพื่อความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์ของประเทศ ที่พี่น้องชาวไทยไว้วางใจและภาคภูมิใจ ตลอดไป" ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวทิ้งท้าย


