ม.มหิดลเตรียมขยายศักยภาพตรวจยีนมะเร็งรักษามุ่งเป้า‘ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช’เต็มรูปแบบสู่ระดับโลก

www.medi.co.th

แนวคิด การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า ริเริ่มโดยกุมารศัลยแพทย์ชาวอเมริกันเมื่อประมาณกว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนได้มีการใช้ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าครั้งแรกในเวลาต่อมาอีกกว่า 3 ทศวรรษ เพื่อการบำบัด โรคมะเร็งกลายพันธุ์ ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษถึงระดับยีน


ศาสตราจารย์ นายแพทย์มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ISO 15189 มาแล้วนับทศวรรษ ได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของศูนย์ฯ ว่า กำลังขยายสู่การเป็น ศูนย์บริการระดับชาติ จากตัวเลขผู้เข้ารับบริการในปัจจุบันจำนวน 2,000 ราย คาดว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพการให้บริการได้ต่อไปมากขึ้นถึง 3,000 รายภายในระยะเวลา 2 ปี


โดยการตรวจยีนมะเร็งในห้องปฏิบัติการในปัจจุบันถือเป็น ขั้นตอนสำคัญก่อนเข้าสู่ การรักษาแบบมุ่งเป้าซึ่งต้องอาศัยการใช้ ยาใหม่ถึงกว่า 30 ชนิด แม้จะส่งผลข้างเคียงน้อยต่ออวัยวะในส่วนอื่นที่ยังคงเป็น เซลล์ปกติของร่างกาย เนื่องจากเป็นการ รักษามะเร็งแบบตรงจุดแต่อาจพบ การกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งจนรักษาไม่ได้ผล หรือมีโอกาสสูงต่อการ กลับมาเป็นมะเร็งซ้ำหากมีการวางแผนก่อนเข้ารับการรักษาที่ไม่ดีพอ


บทบาทของศูนย์จีโนมิกส์ศิริราชมีขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมถึง การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอาจไม่ได้รับ การบริการที่ครบวงจร เช่นเดียวกันนี้จาก ห้องปฏิบัติการตรวจยีนมะเร็งโดยทั่วไป ที่ให้บริการได้เฉพาะการตรวจชิ้นเนื้อ และรายงานโดยเอกสาร


เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของศูนย์จีโนมิกส์ศิริราชที่พร้อมเปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าถึงได้แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ การตรวจยีนมะเร็งจากเลือดโดยตรงโดยไม่ต้องตัดชิ้นเนื้อ ซึ่งนับเป็นการได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่นับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ ปัญญาของแผ่นดิน ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล


อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ นายแพทย์มานพ พิทักษ์ภากร เปิดเผยว่า แม้การให้บริการของศูนย์จีโนมิกส์ศิริราชจะมีการกระจายตัวเพื่อรองรับ การส่งตรวจยีนมะเร็ง จากห้องปฏิบัติการเครือข่ายจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นบริการที่นอกเหนือจาก บริการตรวจยีนมะเร็งกลายพันธุ์ในภาคประชาชน แต่ยังครอบคลุมเพื่อสนับสนุนข้อมูลประกอบงานวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง


หากได้รับการพัฒนาด้าน การวางระบบโลจิสติกส์ ซึ่งมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมารองรับ คาดว่าจะสามารถขยายขีดความสามารถในการให้บริการได้ต่อไปถึงระดับโลก โดยอาจเริ่มต้นที่ระดับอาเซียนได้ต่อไปในอนาคต


ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ https://op.mahidol.ac.th


สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208