สถาบันมะเร็งแห่งชาติจับมือศิริราช นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อหลอดเลือดอัตโนมัติมาใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ยกระดับการผ่าตัดในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง “อุปกรณ์เชื่อมต่อหลอดเลือดอัตโนมัติ” (Anastomotic Coupler) อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อหลอดเลือดขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1–4 มิลลิเมตร เข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องใช้เข็มและไหมเย็บ มาใช้ในการผ่าตัดต่อเส้นเลือด ซึ่งมีความแม่นยำสูง ช่วยลดระยะเวลาและความซับซ้อนในผ่าตัดจุลศัลยกรรม (Microsurgery) อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่ กรมการแพทย์ มีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ สู่ระดับสากลเพื่อให้ประชาชนไทยได้เข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความร่วมมือระหว่างสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้จริงในห้องผ่าตัด ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษาโรคที่ซับซ้อนอย่างโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวหน้าขึ้นอีกด้วย


เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอแพทย์มักต้องผ่าตัดย้ายเนื้อเยื่อและจำเป็นต้องมีการเย็บต่อเส้นเลือดที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นงานที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงและใช้เวลานานมากในการเย็บด้วยมือทีละเข็มภายใต้กล้องขยาย แต่การผ่าตัดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทีมแพทย์ได้นำอุปกรณ์ช่วยเชื่อมต่อหลอดเลือดแบบอัตโนมัติ มาใช้แทนการเย็บด้วยมือแบบเดิมเป็นผลสำเร็จ ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยตอบโจทย์การรักษาใน 3 ด้านหลักๆ คือ 1.ปลอดภัยและแม่นยำสูงขึ้น อุปกรณ์จะช่วยล็อกและเชื่อมเส้นเลือดได้อย่างสนิท ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงเส้นเลือดอุดตันหลังผ่าตัด 2.ประหยัดเวลาผ่าตัด ช่วยลดเวลาในห้องผ่าตัดได้อย่างมาก และ 3.ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง ฟื้นตัวไวขึ้น เมื่อเวลาผ่าตัดสั้นลง ร่างกายผู้ป่วยก็บอบช้ำน้อยลง ได้รับยาสลบน้อยลง ทำให้คนไข้ฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไวขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง


การผ่าตัดครั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยดีจากการประสานความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ นำโดย ดร.นพ.เอกภพ แสงอริยวนิช หัวหน้ากลุ่มงาน โสต ศอ นาสิก (หู คอ จมูก) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ อ.นพ.นรินทร์ รัตนประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติจะยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีทันสมัยมาพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง และจะทำการประเมินความคุ้มค่าหากมีความเหมาะสมจะผลักดันเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อไป


 


9 มิถุนายน 2569