แม้สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยจะถือกำเนิดจากซีกโลกตะวันตก ซึ่งเปรียบเสมือน “โลกใหม่” ที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับซีกโลกตะวันออก ซึ่งเปรียบเสมือน “โลกเก่า” ทั้งด้านรากฐานทางความคิดความเชื่อ ระบบและโครงสร้างพื้นฐานและวิวัฒนาการทางสังคม
แต่สองโลกนี้จำต้องเชื่อมโยงและอยู่ร่วมกันให้ได้ การสร้างการอยู่ร่วมกันนี้ไม่อาจเป็นได้โดยปราศจากการเดินร่วมกันในวิถีแห่งสันติภาพเชิงบวกที่ยั่งยืน เส้นทางสู่สันติภาพนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากสังคมตะวันออกยังขาดความเข้มเข็งด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั้งในด้านองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ
อาจารย์ ดร.สุภาสเมต ยุนยะสิทธิ์ รองหัวหน้าโครงการ Global Campus of Human Rights-Asia-Pacific และอดีตประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตย โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งในการเชื่อมโยงการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาประชาธิปไตยกับการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ความเชื่อมโยงดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้าง “Real World Impact” ให้เกิดขึ้นในภูมิภาคและเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคม การขาดองค์ความรู้ที่เป็นปัจจุบันด้านสิทธิมนุษยชน-การพัฒนาประชาธิปไตยและความสับสนในการปฏิบัติบังคับใช้ของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม และการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพในด้านต่างๆ เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างวิถีทางแห่งสันติภาพและความเข้มแข็งของสังคมประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในส่วนของประเทศไทยนั้น เราพบว่าไทยมีการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในระดับปานกลาง แต่ก็มีการชะงักงันของประเด็นดังกล่าวอันเกิดจากความผันผวนทางการเมือง และการปะทะกันของอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเก่าและใหม่ ไทยมีผลงานที่น่าชื่นชมในการเรื่องการนำสิทธิมนุษยชนไปผนวกรวมในเรื่องธุรกิจและสิ่งแวดล้อมโดยเป็นประเทศแรกในเอเชียแปซิฟิกที่วางแผนการจัดการเชิงโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมในการรองรับสวัสดิการแรงงานภายใต้แผนการพัฒนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องถึง 2 ฉบับ
อาจารย์ ดร.สุภาสเมต ยุนยะสิทธิ์ ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยยังขาดการปฏิรูปในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านกระบวนการยุติธรรมและสถาบันที่ส่งเสริมความยุติธรรมในสังคม หากยังไม่มีสถาบันที่สามารถให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง ประเทศไทยก็ยังคงไปไม่ถึงการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในระดับสากลได้ การปฏิรูปเชิงสถาบันและการพัฒนาเรื่องความยุติธรรมต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บังเกิดผลที่ถาวรและยั่งยืน
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th
ภาพจากโครงการจัดตั้งสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)
งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
