ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี ต้นแบบ “สถานชีวาภิบาล” ในระบบบัตรทอง คว้ารางวัลเลิศรัฐ จากการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุแบบครบ 4 มิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ภายใต้แนวคิดสร้าง “ภาวะตายดี” ให้ผู้สูงอายุในระยะท้ายของชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและท้องถิ่นผ่าน กปท. ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน
น.ส.อรอุมา อินทฉาย ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายในพื้นที่ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำโดย น.ส.ดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วย นายสุรพล เอกวณิชสกุลพร ผู้อำนวยการกลุ่ม สปสช. เขต 6 ระยอง เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการฯ ซึ่งได้เข้าร่วมเป็นสถานชีวาภิบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
น.ส.อรอุมา กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง ได้จัดระบบบริการสุขภาพเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง รวมถึงการดำเนินงาน “สถานชีวาภิบาล” ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านสถานชีวาภิบาลกับ สปสช. ตั้งแต่ปี 2568 ปัจจุบันศูนย์ฯ มีผู้สูงอายุอยู่ในความดูแล 203 คน เป็นชาย 93 คน และหญิง 110 คน โดยแบ่งการดูแลเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มติดสังคม กลุ่มติดบ้าน กลุ่มติดบ้านติดเตียง และกลุ่มติดเตียงที่มีภาวะสมองเสื่อม ตามเกณฑ์การประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐาน (ADL)
เพื่อรองรับการดูแลดังกล่าว ศูนย์ฯ ได้จัดอาคารชีวาภิบาล จำนวน 12 เตียง สำหรับดูแลผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลแบบประคับประคอง ภายใต้ความร่วมมือกับทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ซึ่งเข้ามาสนับสนุนการดูแลสุขภาพตั้งแต่การคัดกรอง การวางแผนดูแล ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย จุดเด่นของการดำเนินงาน คือการดูแลผู้สูงอายุให้มี “ความหวัง” มากกว่า “ความกลัว” พร้อมให้ความสำคัญกับช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต ให้เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า ภาคภูมิใจ และสมบูรณ์ที่สุด โดยศูนย์ฯ มุ่งสร้าง “ภาวะตายดี” ผ่านการดูแลที่ตอบสนองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนถึงวินาทีสุดท้าย
น.ส.อรอุมา กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านสถานชีวาภิบาล นอกจากการสนับสนุนงบประมาณแล้ว ยังได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือ ทำให้ศูนย์ฯ เป็นที่รู้จักในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิญญาณ และอาสาสมัครหลากหลายสาขา ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) ในการดำเนิน “โครงการส่งเสริมสุขภาพและให้ความรู้เรื่องการดูแลระยะท้ายของชีวิต” ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศูนย์ฯ ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รวมถึงได้รับการจัดสรรงบประมาณ 7 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างอาคารประกอบอาหารหลังใหม่ เพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
“อยากส่งกำลังใจให้สถานชีวาภิบาลและเครือข่ายต่างๆ ที่เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นสถานชีวาภิบาลในระบบ สปสช. เพราะ “พลังใจ” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน รวมถึงความเข้มแข็งของทีมงานและผู้นำองค์กร และขอให้มองทุกอุปสรรคเป็นโอกาสในการเรียนรู้ โดยแต่ละแห่งสามารถพัฒนาสถานชีวาภิบาลในแบบที่มีอัตลักษณ์และจุดเด่นของตัวเองได้” น.ส.อรอุมา กล่าว
นพ.วรภัทร ตั้งทรงเจริญ แพทย์ประจำโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ กล่าวว่า การดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องดูแลอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เฉพาะสุขภาพร่างกาย แต่รวมถึงสภาพจิตใจ สังคม ความเป็นอยู่ และความต้องการด้านจิตวิญญาณ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากเผชิญภาวะถูกละเลย รู้สึกโดดเดี่ยว หรือสูญเสียคุณค่าในตนเอง ทั้งนี้ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณได้ทำงานร่วมกับศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง ในการรับส่งต่อและประเมินความเปราะบางของผู้สูงอายุ ทั้งด้านร่างกายและสังคม เพื่อวางรูปแบบการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตของแต่ละคนมากที่สุด แม้ที่ผ่านมาอาจพบข้อจำกัดเรื่องข้อมูลการส่งต่อที่ยังไม่ครบถ้วน จึงต้องมีการทบทวนข้อมูลร่วมกันเพิ่มเติมเพื่อให้การดูแลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายพงษ์ศักดิ์ รักความสุข รองนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง กล่าวว่า เทศบาลบางละมุง นอกจากให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินงานโครงการส่งเสริมความรู้ในการวางแผนการดูแลสุขภาวะระยะท้ายชีวิตผู้สูงอายุแล้ว ยังสนับสนุนอุปกรณ์ เช่น เตียง วีลแชร์ ไม้เท้า เครื่องดูดเสมหะ และเครื่องผลิตออกซิเจน ผ่านศูนย์ยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์ในชุมชนด้วย
อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่อยากให้ สปสช. พิจารณา คือเรื่องงบประมาณผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น งบประมาณที่เคยสมทบมาอาจจะไม่เพียงพอ ทำให้ทางเทศบาลต้องจัดงบประมาณสมทบเพิ่มเติมหรือใช้วิธีการรับบริจาค เพื่อให้สามารถจัดหาผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้เพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ได้
ด้าน น.ส.ดวงนภา กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการดำเนินงานสถานชีวาภิบาลแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการคัดกรองและรับเข้าตามเกณฑ์ การดูแลสุขภาพทั้ง 4 มิติ ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟู รวมถึงมีกิจกรรมฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และอารมณ์ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ สปสช. สามารถนำไปเผยแพร่และต่อยอดสู่พื้นที่อื่นได้
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติม โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยพยาบาลใน จ.ชลบุรี ที่สามารถเข้ามาร่วมฝึกปฏิบัติและจัดบริการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการเสริมระบบดูแลด้านสุขภาพจิตที่ปัจจุบันยังไม่มีนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ในปีนี้ สปสช. ได้ปรับบทบาทกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัดให้มีขอบเขตการดำเนินงานกว้างขึ้น จึงอาจมีการหารือเพิ่มเติมร่วมกับ สปสช. เขต 6 ระยอง เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดูแลผู้สูงอายุให้มีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
