สธ.-มท.-กทม. ผนึกกำลังวางระบบ Hospital-Community based แก้ปัญหาคลอดก่อนกำหนด ลดการสูญเสียแม่และลูก

www.medi.co.th

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยในพระราชูปถัมภ์ ฯ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต และคณะกรรมการฯ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี


นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกภาคีเครือข่ายเร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินงานพร้อมกำกับติดตามพื้นที่นำร่องภายใต้ 2 แนวทางหลัก ได้แก่ Hospital-based และ Community-based โดยตั้งเป้าหมายลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดในหญิงไทยให้ไม่เกินร้อยละ 8 และลดอัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดช่วงอายุ 7–28 วัน ไม่เกิน 4.0 ต่อพันการเกิดมีชีพ ภายในปี 2570 ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 24 จังหวัด และติดตามผลการดำเนินงานปี 2568 พร้อมทั้ง ร่วมกำหนดทิศทางและแผนการดำเนินงานในปี 2569


นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่ ผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และเครือข่ายชุมชนใน 24 จังหวัด 72 อำเภอ โดยมุ่งพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน และระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังหญิงตั้งครรภ์เชิงรุก อาศัยความร่วมมือของฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคลากรสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้สามารถดูแลและช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกรณีเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที โดยในปี 2569 จะเร่งรัดกำกับติดตามผลการดำเนินงาน และคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ (Best Practice) เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น


แพทย์หญิงเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการฯ อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ การส่งเสริมการฝากครรภ์คุณภาพ การเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง การคัดกรองหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง และการให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรและอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) โดยปี 2569 เน้นพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการฯ นำเสนอข้อมูลการเฝ้าระวังภาวะคลอดก่อนกำหนดในพื้นที่นำร่อง 24 จังหวัด ผ่านระบบสารสนเทศของโครงการฯ สะท้อนผลลัพธ์ตัวชี้วัด Leading indicators และ Lagging indicators พร้อมทั้งที่ต้องเร่งพัฒนา ทั้งในด้านกระบวนการดำเนินงานและระบบติดตามประเมินผล
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่นำร่อง 24 จังหวัด ภายใต้แผน Hospital-based และ Community-based เน้นการฝากครรภ์เร็ว ยกระดับการตรวจคัดกรอง 5 โรคเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ได้แก่ ซีด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคติดเชื้อในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ รวมถึงผลักดันการใช้ยา Progesterone เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนดในกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ในระบบประกันสังคม ในปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขยกระดับการดำเนินงานเชิงรุกในพื้นที่ โดยจัดทำ “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล และลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม