บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต ร่วมกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ผสานความเชี่ยวชาญด้านการพิจารณาเอกสารเคลมและเทคโนโลยีของโรงพยาบาล เปิดตัวโครงการ “Smart Discharge” เพื่อยกระดับกระบวนการเคลมสุขภาพสำหรับผู้ป่วยใน ตั้งแต่ขั้นตอนอนุมัติไปจนถึงการจ่ายค่าสินไหม ช่วยลดระยะเวลารอคอยและให้ลูกค้ากลับบ้านได้เร็วขึ้น พร้อมให้บริการแล้วในโรงพยาบาลเครือ BDMS จำนวน 23 แห่งทั่วประเทศ
จากประสบการณ์ดูแลลูกค้าของ FWD ประกันชีวิต พบว่า “ระยะเวลารออนุมัติเคลมก่อนกลับบ้าน” เป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยและครอบครัวต้องการความรวดเร็ว เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการพักฟื้นและค่าใช้จ่ายโดยรวม สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย[1]ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อข้อมูลร่วมกันทั้งระบบ เพื่อให้การบริการมีความสะดวกรวดเร็ว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทย[2] ระบุว่า ในปี 2568 ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 676,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.45% จากปีก่อนหน้า โดยประกันสุขภาพขยายตัวสูงถึง 11.7% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มครอง ควบคู่กับ คุณภาพการบริการและความคล่องตัวในกระบวนการเคลมมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว FWD ประกันชีวิต จึงร่วมกับ BDMS พัฒนาโครงการ “Smart Discharge” โดยออกแบบกระบวนการทำงานที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Customer-led) ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านการพิจารณาเคลมของ FWD ประกันชีวิต มาทำงานร่วมกับ “BURT” (BDMS Utilization Review Technology) หรือ นวัตกรรมการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์อัจฉริยะ ที่ BDMS เป็นผู้พัฒนา โดยวิเคราะห์ข้อมูลทางคลินิกและบัญชีทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ช่วยให้การตัดสินใจด้านเคลมมีความถูกต้อง โปร่งใส ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ทีมพิจารณาเคลมสามารถจัดสรรเวลาไปดูแลเคสที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือลูกค้าเข้าสู่ขั้นตอน Discharge และกลับบ้านได้เร็วขึ้น พร้อมลดขั้นตอนด้านเอกสารและการขออนุมัติ
ในช่วงโครงการนำร่อง (Pilot Phase) พบว่า BURT สามารถประเมินผลได้สอดคล้องกับการพิจารณาของทีมเคลม FWD ประกันชีวิต ในทุกกรณี โดย 79% ของกรณีศึกษาเป็นเคสที่เหมาะสมสำหรับการรับเป็นผู้ป่วยใน และ 21% เป็นเคสที่มีความซับซ้อน ซึ่งระบบสามารถแยกแยะได้อย่างแม่นยำ ความสำเร็จดังกล่าวช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าขยายโครงการ Smart Discharge สู่โรงพยาบาลเครือ BDMS ทั้ง 23 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าในวงกว้างและยกระดับมาตรฐานระบบ เคลมสุขภาพของอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยในระยะยาว
