บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน "Fujifilm Visionary RadTech, Redefining X-ray with AI" รวมพลนักรังสีเทคนิค และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากทั่วประเทศกว่า 90 ราย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตการใช้งานเทคโนโลยีการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการนำ AI มาบูรณาการในการให้บริการด้านสุขภาพ สะท้อนพันธกิจของฟูจิฟิล์มในการผลักดันให้คนไทยเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้มากขึ้น พร้อมลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ผู้เป็นกำลังสำคัญในระบบสาธารณสุข
ปัจจุบัน AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมวงการสาธารณสุขทั่วโลก โดยตลาด AI ด้านการแพทย์มีแนวโน้มเติบโตจาก 36,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สู่ 505,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 และประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสาธารณสุข จากข้อมูลของมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) พบว่าความต้องการรับบริการสาธารณสุขแต่ไม่ได้รับบริการของผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้นราว 27% ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรอยู่ที่ 1:2,497 และในภาคใต้อยู่ที่ 1:1,831 ตามรายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ช่องว่างระหว่างความต้องการและการเข้าถึงการรับบริการทางการแพทย์ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ
สำหรับผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ความเหลื่อมล้ำนี้สะท้อนผ่านการรอคิวเข้ารับการตรวจ การวินิจฉัยที่ล่าช้า และการเข้าถึงแพทย์ที่ไม่ทั่วถึง การรับมือกับความท้าทายนี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ชาญฉลาดซึ่งสามารถติดปีกศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเทอยู่แนวหน้าได้

นาย เอสนุ ฮาลิม Senior Regional Clinical Marketing Manager บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า "ฟูจิฟิล์ม เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจะมีคุณค่าเมื่อได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตผู้คน ในประเทศไทย ประชาชนจำนวนมากยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการรักษา วาระเร่งด่วนในขณะนี้จึงเป็นการจัดหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมการบูรณาการ AI ขั้นสูงเข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพและเวิร์กโฟลว์ในการทำงาน เรามุ่งมั่นสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ตลอดเส้นทางการวินิจฉัยโรค ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแปลผลทางการแพทย์ เป้าหมายของเราไม่ใช่การทดแทนทักษะหรือดุลยพินิจของบุคลากรทางการแพทย์ แต่คือการขยายขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อให้นักรังสีเทคนิคในโรงพยาบาลท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนด้านการวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับศูนย์การแพทย์ชั้นนำ เราได้เห็นแล้วว่าโซลูชันเหล่านี้สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในด้านประสิทธิภาพการทำงานและความแม่นยำในการวินิจฉัยในสถานพยาบาลทั่วโลก ฟูจิฟิล์ม จึงเร่งขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้ในประเทศไทย ภายใต้การทำงานร่วมกับบุคลากรและสถานพยาบาลที่เข้าใจผู้ป่วยของตนเองดีที่สุด"
ในงาน Fujifilm Visionary RadTech, Redefining X-ray with AI ผู้เข้าร่วมได้ร่วมชมการสาธิตและเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในสาขาสำคัญอย่างการถ่ายภาพวินิจฉัย โดยเครื่องมือคัดกรองโรคด้วย AI ของฟูจิฟิล์ม ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดการวินิจฉัยความผิดปกติที่ผิดพลาดและลดความคลาดเคลื่อนในการอ่านผล เพิ่มความมั่นใจให้แพทย์ในการวิเคราะห์ผล และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
ในโอกาสนี้ ฟูจิฟิล์มยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงสองรุ่นใหม่ในตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ FDR Visionary Suite และ FDR Go iQ โดย นายรัชกฤช เต็มบุญศักดิ์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ ดูแลในส่วนเครื่องเอกซเรย์และไอที บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “FDR Visionary Suite คือระบบเอกซเรย์ดิจิทัลระดับไฮเอนด์ที่ให้ภาพคมชัดด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ Irradiated Side Sampling (ISS) ของฟูจิฟิล์ม โดยรุ่นอัปเกรดใหม่มาพร้อมฟีเจอร์กล้อง Live view ที่ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยและลดความเสี่ยงในการตรวจ ระบบ Motion Detection และ Last Image View จากฟีดถ่ายทอดสดช่วยลดการถ่ายภาพซ้ำ ขณะที่ระบบจัดท่าอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับการถ่ายภาพทรวงอก ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพสำหรับแผนกรังสีวิทยาที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยลดการถ่ายภาพซ้ำ ย่นระยะเวลาการตรวจ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่อาจกำลังเจ็บปวดหรือรู้สึกกังวล”
“อีกหนึ่งโซลูชันที่เปิดตัวในงานคือ FDR Go iQ เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ ซึ่งออกแบบมาสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาพแวดล้อมที่มีทรัพยากรจำกัด มาพร้อมกำลังสูง ช่วยให้สามารถทำการตรวจเอกซเรย์ได้ทุกประเภทโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังห้องเอกซเรย์ ทั้งยังมี D-EVO III แผ่นรับภาพเอกซเรย์ดิจิทัลที่ได้มาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP56 พร้อมการเคลือบสารต้านเชื้อแบคทีเรียสำหรับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายในสถานพยาบาล นอกจากนี้ กล้อง 3D และซอฟต์แวร์ Position Navi ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยลดความซับซ้อนในการจัดท่าและยกระดับคุณภาพของภาพ นับเป็นการช่วยลดภาระบุคลากร ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือหอผู้ป่วยวิกฤต ช่วยร่นระยะเวลาการวินิจฉัยและสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที”

นาย โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟูจิฟิล์ม ยังคงเดินหน้าพันธกิจในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการผนึกกำลังกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ ด้วยการผสานพลัง AI ในทุกขั้นตอนของกระบวนการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการวินิจฉัยและการบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ ฟูจิฟิล์ม มุ่งสร้างระบบสุขภาพที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของบริษัทในการ ‘แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา’ ”
