“เอ็นไอเอ” หนุนนวัตกรรมรับมือสถานการณ์ผู้ป่วยมะเร็ง ดันสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ “คัดกรอง–วินิจฉัย–ดูแลเชิงระบบ” ด้วย 4 นวัตกรรมฝีมือคนไทย

www.medi.co.th


  • มิติใหม่การแพทย์ไทย AI คัดกรองมะเร็งเต้านม สุดแม่นยำสรีระคนเอเชีย - สเปรย์เติมน้ำลายเพื่อผู้ป่วยฉายรังสี และ
    แชตบอตช่วยคลายทุกข้อสงสัยโรคมะเร็ง


 


วันนี้ “มะเร็ง ”ไม่ใช่แค่โจทย์การรักษาของโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ในเชิงระบบสาธารณสุขที่ต้องอาศัยพลังของเทคโนโลยี ข้อมูล และระบบนิเวศนวัตกรรม ทำงานร่วมกันตั้งแต่การป้องกัน คัดกรอง รักษา จนถึงการดูแลต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยกำลังเริ่มเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมในกลุ่มเทคโนโลยีการแพทย์ – สุขภาพจากฝีมือคนไทย เพื่อผลักดันสู่การใช้งานจริงและก้าวขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญในการรับมือ “มะเร็ง” ซึ่งถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก


ทั้งนี้ เพื่อฉายภาพความก้าวหน้าทางการดูแลรักษา “มะเร็ง” ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น “NIA หรือ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” จะพาไปพบกับโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเสริมการทำงานของแพทย์ ลดภาระของระบบสาธารณสุข และเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ป่วยผ่านทางเลือกด้านการดูแลรักษาที่แม่นยำและเข้าถึงได้มากขึ้น

วิกฤตสถานการณ์มะเร็งในไทยกับโอกาสการเติบโตของนวัตกรรมการแพทย์ - สุขภาพ


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า แต่ละปีประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มากกว่า 140,000 คน หรือเฉลี่ยราว 400 คนต่อวัน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งสูงถึง 86,310 รายต่อปี หรือประมาณวันละ 236 ราย โดยมะเร็งที่พบบ่อย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก


ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยมีความตื่นตัวในการพัฒนานวัตกรรมและกลไกการรักษาโรคด้วยเทคนิคการแพทย์ขั้นสูงเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง เช่น มะเร็ง โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง โรคเกี่ยวกับสมอง โรคปอดระยะสุดท้าย และโรคตับ โดยเร่งส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมในกลุ่ม HealthTech และ MedTech อย่างครบวงจร ตั้งแต่การบ่มเพาะ (Incubation) การเร่งเติบโต (Acceleration) จนถึงการทดสอบใช้งานจริงในภาคสนาม (Sandbox) เพื่อให้การแพทย์และสุขภาพของไทยก้าวสู่สังคมนวัตกรรมอย่างแท้จริง และสามารถเติบโตได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากจุดเด่นด้านระบบสาธารณสุขของไทยที่มีแพทย์และนักวิจัยด้านสุขภาพที่เก่ง ดังนั้น จึงมองว่ามิติ “สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” (Health and Wellness) จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเติบโตต่อไปได้

เปิดลิสต์นวัตกรรมรับมือมะเร็ง ทางรอดสำคัญในเชิงระบบสาธารณสุข


Inspectra MMG ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพแมมโมแกรมคัดกรองมะเร็งเต้านม พัฒนาขึ้นโดยบริษัท
เพอเซ็ปทรา จำกัด ที่ต้องการออกแบบและพัฒนาให้ AI เข้าใจลักษณะเฉพาะของเต้านมผู้หญิงเอเชียซึ่งมีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อสูงและตรวจพบรอยโรคได้ยาก ทำให้การตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมมีความท้าทาย จำเป็นต้องอาศัยรังสีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งประเทศไทยยังคงมีจำนวนจำกัด ความท้าทายดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย และแนวโน้มที่ผู้หญิงไทยเริ่มเป็นมะเร็งเต้านมในอายุน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงอายุ 40–50 ปี ทำให้ความต้องการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ยังไม่เพียงพอต่อภาระงานที่เพิ่มสูงขึ้น Inspectra MMG จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวินิจฉัยที่ตอบโจทย์บริบทของเอเชียโดยเฉพาะ ด้วยระบบ AI ได้รับการฝึกฝนจากภาพแมมโมแกรมคุณภาพสูงมากกว่า 400,000 ภาพ โดยกว่าร้อยละ 70 เป็นภาพเต้านมที่มีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อสูง ช่วยให้สามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สามารถระบุรอยโรคสำคัญได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งก้อนเนื้อผิดปกติ หินปูนในเต้านมที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม (Suspicious Calcification) ลักษณะการดึงรั้งหรือมีการผิดรูปของเนื้อเต้านม รวมถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ที่ผิดปกติ พร้อมแสดงตำแหน่งที่มีความสงสัยว่ามีความผิดปกติทางเต้านมพร้อมระบุรอยโรค และประเมินความหนาแน่นของเต้านมอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งานจริง ผลการทดสอบจากโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทยพบว่า Inspectra MMG มีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 97 และช่วยเพิ่มความถูกต้องในการวินิจฉัยของรังสีแพทย์ได้เกือบร้อยละ 20 พร้อมลดอัตราการวินิจฉัยผิดพลาด สะท้อนบทบาทของ AI ในการเป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่เสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ มากกว่าการเข้ามาทดแทน


DeepGI เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการส่องกล้องทางเดินอาหาร พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย โดยมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 15 รายต่อวัน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 44 รายต่อวัน การรักษาด้วยการส่องกล้อง (endoscopic treatment) ได้รับความนิยมเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า และให้ผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดี โดยเฉพาะเมื่อสามารถตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านจำนวนหน่วยส่องกล้องและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้การคัดกรอง โดยเฉพาะในประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไปซึ่งมีมากกว่า 12 ล้านคน ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ด้วยเหตุนี้ บริษัท อี.เอส.เอ็ม. โซลูชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) และฐานข้อมูลการส่องกล้องมากกว่า 10 ปี จึงร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาระบบ DeepGI เพื่อช่วยวิเคราะห์ภาพส่องกล้องแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำและความสม่ำเสมอในการตรวจจับรอยโรค พร้อมต่อยอดสู่แพลตฟอร์ม “Scope-Life Studio” ภายใต้การสนับสนุนจาก NIA โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับศักยภาพนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม

SAVIVA (ซาวีว่า) สเปรย์เติมน้ำลายกลิ่นส้มซ่าให้ความชุ่มชื้นภายในช่องปาก เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการฉายรังสีเคมีบำบัด หรือรับยาพุ่งเป้าเผชิญกับผลข้างเคียงทางช่องปากอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นภาวะปากแห้งน้ำลายน้อย เยื่อบุช่องปากอักเสบเป็นแผล แสบร้อนในปาก การรับรสเปลี่ยน ฟันผุง่าย เหงือกอักเสบ ไปจนถึงการเคี้ยวและกลืนได้ลำบาก อาการเหล่านี้
มักเริ่มรุนแรงขึ้นภายใน 2 สัปดาห์แรกของการรักษา และอาจยาวนานต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการรักษา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับประทานอาหาร การพูดคุย คุณภาพชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปากบวกกับข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมในท้องตลาดที่มักมีราคาสูง รสชาติไม่ดี หรือก่อให้เกิดการระคายเคือง นวัตกรรม “SAVIVA (ซาวีว่า) Mouth Spray” จึงถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมทันตแพทย์และเภสัชกร เพื่อช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งในผู้ป่วยมะเร็งอย่างอ่อนโยน สเปรย์เติมน้ำลายสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และสารระคายเคือง ใช้สารสกัดจากธรรมชาติอย่างน้ำมันหอมระเหยจากส้มซ่าที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลายตามธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นและความสดชื่นทันทีหลังใช้ ด้วยรูปแบบสเปรย์ที่ใช้ง่าย กลิ่นรสดี ไม่แสบหรือขม ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดวันSAVIVA ไม่เพียงช่วยลดความไม่สบายจากผลข้างเคียงของการฉายรังสี แต่ยังช่วยฟื้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาพูดคุยและรับประทานอาหารได้ดีขึ้น ลดปัญหาสุขภาพช่องปากในระยะยาว พร้อมช่วยลดภาระของผู้ดูแลและระบบสาธารณสุข สะท้อนบทบาทของนวัตกรรมไทยที่เข้ามาเติมเต็มการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างรอบด้าน

ADVANCE CARE BOT ระบบถาม-ตอบอัจฉริยะเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง เป็นนวัตกรรมระบบถาม-ตอบทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ดูแล และประชาชนที่ใส่ใจการป้องกันโรคมะเร็ง โดยรวบรวมองค์ความรู้จากฐานข้อมูลด้านมะเร็งที่เชื่อถือได้ ผ่านกระบวนการสกัดและจัดกลุ่มข้อมูลอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมคำถามด้านอาการ การรักษา การดูแล และการใช้ชีวิต ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และตรงความต้องการ พร้อมนำข้อมูลจากการใช้งานจริงมาพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการนวัตกรรมดังกล่าวพัฒนาโดย บริษัท เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายและผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านรูปแบบการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่บ้าน โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และบุคลากรด้านสุขภาพซึ่งADVANCE CARE BOT ได้เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองเบื้องต้น ให้คำแนะนำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านช่องทางออนไลน์ตลอดเวลา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมขยายการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและยั่งยืน


การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมการแพทย์ไทย เมื่อ NIA ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ นักวิจัย และภาคเอกชน เพื่อเชื่อมต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านโรคมะเร็งอย่างครบวงจร พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพที่ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและภูมิภาค นวัตกรรมจึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่คือกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาว