กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี ได้ดำเนินโครงการขยายงานบริการปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplant) เพื่อยกระดับศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยา ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อนและต้องได้รับการรักษาเฉพาะทางขั้นสูง การปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นแนวทางการรักษาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิต ลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำของโรค และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การพัฒนาระบบบริการดังกล่าวยังช่วยลดภาระการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลส่วนกลาง และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีมาตรฐาน
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละกว่า 100,000 ราย โดยเฉพาะโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมัลติเพิลมัยอีโลมา ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีความรุนแรงและมีข้อบ่งชี้ต้องได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก ศูนย์บริการปลูกถ่ายไขกระดูกของประเทศส่วนใหญ่จะอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในส่วนกลาง ส่งผลให้ผู้ป่วยในภูมิภาคต้องรอคอยการรักษาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในเขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ และเดิมมีหน่วยบริการปลูกถ่ายไขกระดูกเพียงแห่งเดียว ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนต้องรอการรักษานานมากกว่า 6 เดือน ทางโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานีจึงเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินโครงการขยายงานบริการปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplant) เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยในระดับภูมิภาค ลดความแออัดของโรงพยาบาลส่วนกลาง และสนับสนุนนโยบายกระทรวงสาธารณสุข “Cancer Anywhere : มะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ที่มีความพร้อม” อันจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
นายแพทย์สิทธิชัย อาชายินดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดชนิดมัลติเพิลมัยอีโลมา (Multiple Myeloma) ในเขตสุขภาพที่ 10 พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี พ.ศ. 2563–2567 โดยมีจำนวนผู้ป่วย 143, 152, 134, 177 และ 166 คน ตามลำดับ ขณะที่เขตสุขภาพที่ 10 มีหน่วยบริการปลูกถ่ายไขกระดูกเพียงแห่งเดียว ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคอยการรักษาเป็นระยะเวลานานกว่า 6 เดือน โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานีจึงได้พัฒนาศักยภาพด้านโครงสร้างและระบบบริการ จัดตั้งหอผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplant Unit) ขนาด 9 เตียง ประกอบด้วยห้องแรงดันบวก 1 ห้อง
ห้อง Isolate 1 ห้อง ห้องดูแลผู้ป่วยภาวะ Febrile Neutropenia 4 เตียง และห้องพิเศษเดี่ยว 3 เตียง ภายใต้มาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อและสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อระดับสูง พร้อมทีมสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านการพัฒนาและฝึกอบรมเฉพาะทาง โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และสามารถดำเนินการปลูกถ่ายไขกระดูกให้แก่ผู้ป่วยได้สำเร็จเป็นรายแรก ในระดับโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาคภายใต้สังกัดกรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ปัจจุบันโรงพยาบาลมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรระบบบริการ และสถานที่ ในการรับผู้ป่วยเพื่อดำเนินการปลูกถ่ายไขกระดูกอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดรับผู้ป่วยรายที่ 2 ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ซึ่งนับเป็นผลสำเร็จเชิงประจักษ์ของการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะทางในระดับภูมิภาค ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐาน ลดการส่งต่อ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งทางโลหิตวิทยาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี พร้อมดูแลและให้บริการผู้ป่วย ด้วยหัวใจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา ที่มีมาตรฐานและเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
13 กุมภาพันธ์ 2569
โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี
