“กองทุนบัตรทอง” จัดบริการ “ฟื้นฟูสมรรถภาพครบวงจร” ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะจำเป็นต้องได้รับบริการ เผยปีงบประมาณ 2568 มีประชาชนเข้าถึงบริการฟื้นฟูฯ กล่าว 1.67 ล้านคน แยกเป็นคนพิการ 227,646 คน ผู้สูงอายุ 6.46 แสนคน และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูฯ อีก 6.84 แสนคน ช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การดูแลสุขภาพประชาชนภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” ไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาโรคให้พ้นจากความเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนความสามารถในการใช้ชีวิตของประชาชน เพื่อให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีศักดิ์ศรี ผ่านกลไกสำคัญอย่าง “กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์” ซึ่งเป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้ระบบสุขภาพมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง อาทิ คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ทั้งนี้ กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ไม่ได้เป็นเพียงบริการด้านสุขภาพ แต่เป็นการลงทุนเพื่อคืนโอกาส คืนความมั่นใจ และคืนศักยภาพในการใช้ชีวิตให้กับประชาชน การฟื้นฟูสมรรถภาพช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาผู้อื่น และกลับมามีบทบาทในครอบครัวและสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ
สำหรับปีงบประมาณ 2568 สปสช. ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงบริการฟื้นฟูได้อย่างกว้างขวาง ปัจจุบันในระบบบัตรทองมีคนพิการลงทะเบียนกว่า 1.60 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ร้อยละ 49.00 รองลงมาเป็นผู้พิการทางการได้ยิน ร้อยละ 21.53 ผู้พิการทางสติปัญญา ร้อยละ 13.00 ผู้พิการทางจิตใจและพฤติกรรม ร้อยละ 10.44 ผู้พิการทางการมองเห็น ร้อยละ 9.28 ผู้พิการทางการเรียนรู้ ร้อยละ 3.30 และกลุ่มออทิสติก ร้อยละ 1.83
จากการดำเนินงานตามสิทธิประโยชน์ด้านบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ในปีงบประมาณ 2568 พบว่ามีประชาชนเข้ารับบริการรวมกว่า 1.67 ล้านคน คิดเป็นการให้บริการมากกว่า 6.11 ล้านครั้ง ครอบคลุมทั้งการให้บริการในสถานพยาบาล การฟื้นฟูในระดับชุมชนผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมถึงหน่วยบริการภาคเอกชน โดยแบ่งเป็น คนพิการ 227,646 คน จำนวน 837,627 ครั้ง ผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู 646,840 คน จำนวน 2,286,786 ครั้ง และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู 684,113 คน จำนวน 2,372,697 ครั้ง
นอกจากนี้ สปสช. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยในระยะฟื้นฟูสมรรถภาพระยะกลาง (Intermediate Care : IMC) สำหรับผู้พ้นภาวะวิกฤติที่ยังต้องการการฟื้นฟูเพื่อกลับมาดูแลตนเองได้ โดยในปีงบประมาณ 2568 มีผู้ป่วยได้รับบริการรวม 109,299 คน คิดเป็น 612,892 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 86,532 คน รองลงมาเป็นผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก 14,780 คน ผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะและสมอง 6,205 คน และผู้ป่วยบาดเจ็บที่ไขสันหลัง 1,782 คน
นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดทางร่างกายและเพิ่มความสามารถในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยในปีงบประมาณ 2568 มีประชาชนได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการกว่า 37,655 คน รวม 45,089 ชิ้น ครอบคลุมทั้งแขนเทียม ขาเทียม เครื่องช่วยฟัง ไม้เท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา และอุปกรณ์ช่วยความพิการประเภทต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้พิการสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
“ผลการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ สะท้อนเจตนารมณ์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ไม่เพียงรักษาให้พ้นจากโรค แต่ยังมุ่งฟื้นคืนความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
.jpg)
